แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กองปราบปราม แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กองปราบปราม แสดงบทความทั้งหมด

พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล ผู้หาญกล้าจับเจ้าพ่อบูรพา

25 ธ.ค. 2557
โดย...วัสยศ งามขำ โพสต์ทูเดย์ เมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2556

ปฏิบัติการจับกุม "สมชาย คุณปลื้ม" หรือ กำนันเป๊าะ มีคีย์แมนคนสำคัญที่คอยวางแผนรวบรวมข้อมูล จนถึงนำเจ้าหน้าที่เข้าจู่โจมจับกุมที่ชื่อว่า "พ.ต.อ.อธิป แท่นนิล" ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองปราบปราม ซึ่งมีประวัติที่น่าสนใจยิ่ง

พ.ต.อ.อธิป เป็นบุตรชาย พ.ต.อ.สรสีห์ หรือ อุเทนฉิมอร่าม อดีตรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล1 ผู้ล่วงลับ เกิดตอนบิดารับราชการอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำความได้ว่า นั่งรถโฟล์กเต่าสีฟ้า ป้ายแดง ตระเวนตรวจพื้นที่กับบิดาเป็นประจำ

พอบิดาย้ายเข้านครบาล เขาเลยมาเรียนประถมโรงเรียนปานะพันธุ์ ก่อนต่อมัธยมโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) แล้วสอบเข้าเตรียมทหารเลือกเหล่าตำรวจตามรอยเท้าบิดาเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 46บรรจุลงตำแหน่งรองสารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินเจอประสบการณ์เฉียดตายระหว่างปฏิบัติหน้าที่ร้อยเวรประจำวันไปตรวจคดีอุบัติเหตุจราจรบริเวณโค้งผีสิงหน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก

นายตำรวจหนุ่มเล่าว่าเหตุเกิดราวตีสอง ยุคนั้นมีอุบัติเหตุบ่อยมาก เนื่องจากสถานบันเทิงย่านห้วยขวางกำลังบูม คนเมาสุราขับรถเจอทางโค้งแล้วจะเอาไม่อยู่ เราไปตรวจที่เกิดเหตุ วางกรวยยาง กำลังเขียนแผนที่ยืนหันหลังให้รถที่วิ่งมา ได้ยินเสียงรถเบรกเอี๊ยดหลุดโค้งตะแคงไถลมาแต่ไกลระยะห่างกับที่ยืนอยู่ไม่ถึง 10 เมตร

“ผมหันไปเห็นแล้วกระโดดหลบทันที รถคันนั้นพุ่งชนรถที่เกิดอุบัติเหตุก่อนหน้าดังสนั่นเกิดแรงอัดอากาศกระแทกร่างผมกระเด็นไปอีกหลายเมตรเหมือนแรงระเบิดซีโฟร์ พอตั้งสติได้คิดอย่างเดียวลูกน้องเป็นอะไรหรือไม่ ชาวบ้านเจ็บหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าทุกคนปลอดภัยจึงไปดูรถคันเกิดเหตุ คนขับรอดตายปีนออกมาแถมถือขวดเหล้าออกมาด้วย ไม่น่าเชื่อจริง ๆ”

อยู่พหลโยธินไม่นาน พ.ต.อ.อธิป ย้ายเป็นรองสารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจนครบางซื่อ เจอสำนวนคดีอาญาปีละ 6,000 กว่าคดี ร้อยเวรต้องรับผิดชอบตกประมาณคนละ 600 คดี เขาบอกว่า ตอนนั้นพ่อเป็นรองผู้บังคับการตำรวจนครบาลพระนครเหนือมักพูดให้ฟังเกี่ยวกับงานสอบสวนว่า มีความสำคัญมาก เพราะมีอำนาจ มีหน้าที่หลายอย่าง มีส่วนช่วยเหลือประชาชนได้ไม่น้อย เชื่อว่า พ่อคงวางแนวทางไว้ให้ไปเจอเหตุการณ์จริง ไปทำงานจริง

ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้กำกับกองปราบปรามกลับมองว่า ตัวเป็นลูกตำรวจใหญ่ก็จริง แต่พ่อแทบไม่ช่วยอะไรเลย ไม่มีลูกนายคนไหนที่ให้ลูกไปอยู่โรงพัก อยู่งานสอบสวน มีอะไรพร้อมจะโดนก่อน แต่ถ้ามองอีกมุมเชื่อว่า พ่ออาจจะฝึกให้เราแกร่ง โชคดีที่อยู่บางซื่อจนเป็นสารวัตรสอบสวนไม่เคยถูกตั้งกรรมการสะสมประสบการณ์จนเชี่ยวชาญงานสอบสวนสมกับที่พ่อวางไว้ก่อนย้ายเป็นพนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้รับการประเมินเลื่อนเป็นสัญญาบัตร 3 เทียบเท่ารองผู้กำกับรับหน้าที่ไม่ต่างหัวหน้าพนักงานสอบสวนทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่เว้นวันหยุด

สุดท้ายได้ลับคมวิชาสืบสวนโดยบังเอิญ หลังจาก พล.ต.ท.พงศ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ เข้ามารักษาการตำแหน่งผู้บังคับการกองปราบปรามโผล่มาเจอเขาในเช้าวันหนึ่งที่กำลังมีคดีสำคัญ “ท่านชวนผมไปช่วยขับรถให้ ระหว่างทางท่านสอนเทคนิควิธีการสืบสวนให้ผมตลอด ตอนนั้นก็ไม่รู้จักท่าน รู้แค่ว่า เป็นอาจารย์สอนสืบสวนสอบสวน นับจากนั้นเป็นต้นมา ผมได้ความรู้จากท่านเยอะมากเกี่ยวกับวิชาภูมิศาสตร์อาชญากรรม เริ่มลงไปสืบสวนคดี ขยับเป็นผู้กำกับการ 5 กองปราบปราม”พ.ต.อ.อธิปย้อนวันวาน

โชว์ผลงานบุกจับมือปืนอันดับ 9 ตามบัญชีดำของกองปราบปราม หลังเข้ามาหลบกบดานอยู่ในอพาร์ตเมนต์ซอยเสือใหญ่อุทิศ ถนนรัชดาภิเษก เจ้าตัวเล่าว่า คนร้ายมีหมายจับหลายใบ เคยยิงฝ่าวงล้อมตำรวจพังงามาแล้ว มีพฤติกรรมพกปืนติดตัวตลอดเวลา พอลูกน้องได้ข่าวมา เราในฐานะหัวหน้าหน่วยจำเป็นต้องนำกำลังไปปิดล้อมอพาร์ตเมนต์แล้วประสานหน่วยคอมมานโดจู่โจมจับกุมพร้อมปืน 11 มิลลิเมตร ระเบิดอีก 1 ลูก จากนั้นถึงย้ายเป็นผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษคุมหน่วยคอมมานโดเอง

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อธิปเคยลาอุปสมบท และจำพรรษาอยู่ที่วัดในจังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นเวลา 3 เดือนครึ่ง มันทำให้เขาเรียนรู้หลักธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ารวมถึงหลักการดำเนินชีวิตของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า “ให้มีชีวิตอยู่ด้วยปัจจุบัน ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคตการมีสติอยู่กับปัจจุบัน ทำทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นปัจจุบันวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วอดีตกับอนาคตก็จะดีไปเอง” มีส่วนให้นายตำรวจหนุ่มก้าวในเส้นทางอาชีพอย่างมั่นคง

สมเป็นตำรวจรับใช้ชุมชนตามทฤษฎีใหม่ของผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง
Read more ...

พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก.1 ป.

17 ก.พ. 2555
โดย http://goo.gl/1wQqE เมื่อ 22 ก.ย.2554

แม้ว่างานจะหนักคดีจะเยอะ...แต่เมื่อเห็นคนทุกข์ยากเดือดร้อนจากปัญหาน้ำท่วม

พ.ต.อ.ปิยะ เจริญสุข ผกก. กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม หรือ "พี่แป๋ง" 

จิตใจก็อยู่ไม่เป็นสุข เลยหาโอกาสเจียดเวลาว่างอันน้อยนิด นำเครื่องยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง ใส่เรือพายไปแจกจ่ายชาวบ้านที่เดือดร้อนใน จ.สิงห์บุรี

"ลูกน้องมาบอกว่าพื้นที่นั้นลำบากมาก วัดก็ถูกน้ำท่วมกุฏิถึงชั้นสอง จึงนำสิ่งของที่ได้รับบริจาคมาไปช่วยพวกเขา ตอนพี่ไปแบบเงียบๆ นะ ไปช่วยขนข้าวของลงเรือ นำไปมอบให้กับผู้เดือดร้อนกับมือ พี่คิดว่าเราอยู่ในจุดที่ทำได้ ก็คิดว่าได้บุญ เพราะการให้มีความสุขกว่าการรับ การที่ได้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนไม่ต่างอะไรกับการคลี่คลายคดีได้ จะมีความรู้สึกภูมิใจ" พ.ต.อ.ปิยะเปรียบเทียบ

นอกจากเป็นคนใจบุญแล้ว "พี่แป๋ง" ยังเป็นคนมุ่งมั่นในวิชาชีพ ไต่เต้าจากระดับชั้นประทวนเมื่อปี 2524 มุมานะศึกษาจนจบปริญญาตรี สอบเลื่อนยศจนคว้าดาวมาประดับบ่าได้สำเร็จ เมื่อปี 2528 ประเดิมด้วยตำแหน่ง รอง สว.จว.ยโสธร ก่อนมาช่วยราชการที่กองปราบปรามเมื่อปี 2531 จนปี 2534 มาประจำการอยู่กองกำกับการ 1 เป็นตั้งแต่ รองสว., สารวัตร, รองผกก. จนขยับมาเป็น ผกก.

"ผมอยู่ที่กองปราบปรามมา 24 ปี ถือว่าเป็น "ลูกหม้อ" เป็นนายตำรวจคนแรกที่อยู่ที่นี่จนมาเป็น ผกก. ใช้เวลากว่า 24 ปี" พี่แป๋งบอกด้วยน้ำเสียงภูมิใจ

ทำงานอยู่กองปราบปรามมาค่อนชีวิต ผ่านคดีหนัก-เบามาสารพัด แถมยึดครองใจลูกน้องจนอยู่มัด "พี่แป๋ง" เผยเคล็ดลับว่า จะพูดกับน้องๆ เสมอว่าอยากทำอะไรเสนอมา การได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบจะมีความสุข แล้วจะทำได้ดี แล้วก็จะคอยให้คำปรึกษาและแนะนำ และจะย้ำเสมอว่า ประชาชนไว้ใจให้เราทำคดี เพราะประชาชนเชื่อมั่นและไว้ใจเรานั่นเอง

"พี่ไม่ค่อยดุกับน้องๆ นะ ยกเว้นมีเรื่องจริงๆ พี่เข้าใจว่าคนเราผิดพลาดกันได้ แต่บางเรื่องพลาดแล้วไม่เสียหาย แต่บางเรื่องพลาดแล้วมันเสียหาย ก็จะเรียกเขามาคุยตรงๆ อย่างบอกว่า รู้ว่าเอ็งอาจจะเก่งกว่าพี่ แต่ทางที่พวกเอ็งกำลังจะเดิน พี่ผ่านมาแล้ว มันมีหลุมมีบ่อ เห็นมีหลายคนตกไปแล้วขึ้นไม่ได้ จะเป็นเหมือนพี่สอนน้องมากกว่า" พี่แป๋งยกตัวอย่าง

ด้วยความที่เป็นคนคุยสบายๆ แฝงหลักธรรมคำสอนที่ดี แต่พี่แป๋ง กลับออกตัวว่า ไม่ถึงกับเป็นคนมีธรรมะ แต่ไม่ใช่คนชั่วร้ายมากเท่านั้นเอง 
Read more ...