แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักวิชาการ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักวิชาการ แสดงบทความทั้งหมด

ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์

1 พ.ย. 2557

เมื่อ 2 พ.ย.2557

ผู้อำนวยการวิจัย, ด้านการบริหารจัดการระบบเศรษฐกิจ

https://www.facebook.com/deunden.nikomborirak

Read more ...

ชาญวิทย์ เกษตรศิริ

1 ก.พ. 2555
โดยวิกิพีเดีย

ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ (6 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ) อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้สนใจศึกษาค้นคว้าประวัติศาสตร์การเมืองไทยและประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 และ 6 ตุลา 2519 เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันเกษียณอายุราชการแล้ว

ประวัติ
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เกิดเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2484 ที่บ้านห้องแถว ถนนทรงพล อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เกิดและเติบโตจากครอบครัวชนชั้นกลาง คุณพ่อชื่อ เชิญ (เปลี่ยนนามสกุลเดิมจาก "แก่นแก้ว" เป็น "เกษตรศิริ") 

จบการศึกษาชั้นมัธยม 8 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย คุณพ่อรับราชการเป็นเทศมนตรี อำเภอบ้านโป่ง และทำการค้าขายมี "ร้านขายปืนบ้านโป่ง" คุณแม่ชื่อ ฉวีรัตน์ (สกุลเดิม "เอี่ยมโอภาส") จบการศึกษาจากโรงเรียนพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มีอาชีพเป็นพยาบาลและผดุงครรภ์

เมื่อ ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อายุได้เพียง 7 เดือน เกิดเหตุการณ์กองทัพญี่ปุ่นบุกไทย (8 ธันวาคม 2484) และใช้บริเวณสถานีรถไฟหนองปลาดุก ซึ่งใกล้กับอำเภอบ้านโป่ง เป็นที่ตั้งค่ายทหารญี่ปุ่นเพื่อควบคุมการสร้างทางรถไฟสายมรณะ จนก่อให้เกิด "เหตุการณ์บ้านโป่ง" ภายหลังเหตุการณ์ดังกล่าว 

และเมื่อถึงช่วงปรายสงคราม ซึ่งเครื่องบินฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดอย่างหนักที่หนองปลาดุก คุณแม่ฉวีรัตน์ จึงได้พา ดร.ชาญวิทย์ (อายุ 3 ขวบ) หนีหลบภัยสงครามไปยังบ้านญาติในคลองบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ เริ่มเรียน ก ไก่ ข ไข่ จากโรงเรียนเฉลิมวิทยา ที่วัดกลางปากน้ำ จังหวัดสมุทรปรากการ ซึ่งคุณตาคุณยายเป็นเจ้าของโรงเรียน จากนั้นกลับมาเรียนที่บ้านโป่งอีกครั้ง โดยเริ่มชั้นประถมศึกษา 1 - 2 ที่โรงเรียนนารีวุฒิวิทยาลัย โรงเรียนแม่ชีคาทอลิก โดยเรียนเพียง 1 ปี (ข้ามชั้น ป. 1 ไป ป. 2) เนื่องจากอ่านออกเขียนได้มาอยู่แล้ว จากนั้นเข้าศึกษาต่อระดับประถม 3 - 4 และมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3 (ระหว่าง พ.ศ. 2493 - 2497 เป็นเวลา 5 ปี) ที่โรงเรียนสารสิทธิพิทยาลัย โรงเรียนบาทหลวงคาทอลิก

เมื่ออายุ 14 ปี พ.ศ. 2498 ดร.ชาญวิทย์เดินทางเข้ามาเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 8 จากนั้นสอบเข้าเรียนคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (แผนกการทูต) โดยมีผลการเรียนดีจนได้รับเกียรตินิยมดี และได้รับรางวัลภูมิพล ในปี พ.ศ. 2506 

จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับทุน Rockefeller Foundation ผ่านภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ ไปเรียนในระดับปริญญาโททางการทูตที่ Occidental College รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นเวลา 2 ปี (พ.ศ. 2508 - 2510) จากนั้นให้เรียนต่อระดับปริญญาเอก ด้านประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ ที่มหาวิทยาลัยคอร์แนล รัฐนิวยอร์ก เป็นเวลา 5 ปี (พ.ศ. 2510 - 2515) โดยเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก เรื่อง The Rise of Ayudhaya

การเป็นนักเรียนนอกในยุค 60s ถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในวิธีคิดและการมองโลกของ ดร. ชาญวิทย์ ซึ่งที่ประเทศสหรัฐอเมริกาในขณะนั้นเป็นยุคที่เกิดกระแส "ซ้ายใหม่" หรือ New Left ในกลุ่มคนหนุ่มสาวในสหรัฐฯ ที่กบฏต่อทุกอย่างที่เป็นจารีตดั้งเดิม โดยการทุ่มเทชีวิตให้กับการชุมนุนประท้วง ในเรื่องต่างๆ อาทิเช่น สงครามเวียดนาม การแต่งกาย ฯลฯ จนเกิดเป็นค่านิยม Hippies หรือบุปผาชน ประสบการณ์ชีวิตช่วงนี้ส่งผลให้ ดร.ชาญวิทย์ เกิดจิตวิญญาณที่อิสระเสรี และเกิดจิตสำนึกที่จะเรียนรู้และขุดคุ้ยแสวงหาความจริงความถูกต้อง ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการเป็นนักประวัติศาสตร์ของ ดร.ชาญวิทย์ ในเวลาต่อมา 

และจากประสบการณ์นี้เองส่งผลให้ ดร.ชาญวิทย์ ผลิตผลงานต่างๆที่ก้าวทันโลกและรักษ์รากเหง้า ด้วยความกล้าหาญทางจริยธรรม เพื่อการต่อสู้ เพื่อความถูกต้อง ความเป็นธรรม และความเสมอภาคในสังคม และในขอบเขตเหนือความเป็นรัฐประชาชาติ ด้วยความมุ่งหวังให้สาธารณะชนทั่วไปสามารถเข้าถึงและมีส่วนในกระบวนการเรียนรู้ด้วย จนบางคนเรียก ดร.ชาญวิทย์ว่า "ปัญญาชนสาธารณะ"

การศึกษา
- ประถมศึกษา โรงเรียนเฉลิมวิทยา สมุทรปราการ
- มัธยมศึกษาตอนต้น โรงเรียนสารสิทธิ์พิทยาลัย ราชบุรี
- มัธยมศึกษาตอนปลายและเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
- ปริญญาตรี รัฐศาสตร์ สาขาการทูต (เกียรตินิยมดี-รางวัลภูมิพล) คณะรัฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
- ปริญญาโท สาขา Diplomacy and World Affairs จาก วิทยาลัยออกซิเดนทอล วิทยาลัยเอกชนขนาดเล็กในเมือง ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา พ.ศ. 2510
- ปริญญาเอก ประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยคอร์แนล นิวยอร์ก พ.ศ. 2515

การทำงาน
- เริ่มรับราชการเป็นอาจารย์ประจำสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ตั้งแต่ พ.ศ. 2516
- รองอธิการบดีฝ่ายวิชาพื้นฐานสมัยนายป๋วย อึ๊งภากรณ์ เป็นอธิการบดี พ.ศ. 2518 - พ.ศ. 2519
- หัวหน้าสาขาวิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ พ.ศ. 2524 - 2526
- รองผู้อำนวยการและกรรมการสถาบันไทยคดีศึกษา พ.ศ. 2525 - 2528
- รองอธิการบดี (ฝ่ายธรรมศาสตร์ 50 ปี) และกรรมการสภามหาวิทยาลัย สมัยคุณหญิงนงเยาว์ ชัยเสรี เป็นอธิการบดี พ.ศ. 2526 - 2529
- รองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา พ.ศ. 2529 - 2531
- คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ. 2534 - 2537
- อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มิ.ย. 2537 - 2538)
- ปัจจุบัน ประธานที่ปรึกษาโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEAs) คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

อื่น ๆ
- นักวิจัยประจำศูนย์ศึกษาตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยเกียวโต (พ.ศ. 2520-2521)
- ผู้บรรยายวิชาประวัติศาสตร์อุษาคเนย์ มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์ (พ.ศ. 2521-2522)
- ผู้ควบคุมวิชาสัมมนาเรื่องประเทศไทย โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มหาวิทยาลัยคอร์แนลล์ (พ.ศ. 2528)
- บรรณาธิการวารสารธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2524-2526)
- เลขานุการก่อตั้งกองทุนธรรมศาสตร์ 50 ปี (พ.ศ. 2527)
- ประธานกรรมการก่อตั้งกองทุนศิลปศาสตร์ 30 ปี (พ.ศ. 2535)
- ประธานคณะกรรมการดำเนินการจัดตั้งหอจดหมายเหตุธรรมศาสตร์ (พ.ศ. 2534-ปัจจุบัน)
- กรรมการและเลขานุการมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ (พ.ศ. 2521-ปัจจุบัน)
- กรรมการก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ข้าว จังหวัดสุพรรณบุรี (พ.ศ. 2533)
ฯลฯ

งานเขียนบางส่วน
- 14 ตุลา บันทึกประวัติศาสตร์, ISBN 9749144961
- 3 ทศวรรษ 14 ตุลากับประชาธิปไตยไทย, ISBN 9749248724
- การค้าสังคโลก, ISBN 5501307677
- ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น 600 ปี, ISBN 9748701794
- เจ้านโรดม สีหนุกับนโยบายความเป็นกลางของกัมพูชา, ISBN 5501354810
- รายงานชวา สมัย ร.5, ISBN 9749171683
- สยามพาณิชย์, ISBN 5502053415
- บทความในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม
- ผู้สถาปนา โครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
Read more ...

ศ.เออร์วิน คอร์รี่ย์ ผู้เฒ่าคนดังวัย 97 ปี ขายหนังสือพิมพ์ตามท้องถนนเพื่อเด็กยากจน

6 ธ.ค. 2554
โดยกระปุก เมื่อ 18 ต.ค.2554

ภาพของชายชราธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่เดินขายหนังสือพิมพ์และแม็กกาซีนตามสี่แยกบนถนนที่มีการจราจรที่แสนวุ่นวายใจกลางมหานครนิวยอร์ก เป็นภาพที่คนทั่ว ๆ ไปในนิวยอร์กจะเห็นกันอยู่บ่อยครั้ง หลายคนเดินผ่านไปเฉย ๆ ไม่สนใจ หลายคนซื้อหนังสือพิมพ์จากเขา

แถมหลาย ๆ คนยังมองเขาว่าเป็นขอทานธรรมดา ๆ ที่รู้จักทำมาหาเลี้ยงชีพเท่านั้นด้วยซ้ำไป แต่จริง ๆ แล้วชายชราคนนี้ไม่ได้เป็นแค่ชายธรรมดา ๆ อย่างที่คิด แต่เป็นชายที่มีดีกรีเป็นถึงศาสตราจารย์เลยทีเดียว

ชายชราคนนี้ ถือเป็นบุคคลสำคัญของสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้ เพราะเขาคือ

ศาสตราจารย์ เออร์วิน คอร์รี่ย์ (Professor Irwin Corey) 

ซึ่งมีอาชีพเป็นนักแสดงตลกและผู้นิยมการเมืองฝ่ายซ้ายจัดของสหรัฐฯ ที่แม้ว่าชีวิตจริง ๆ ของเขาไม่จำเป็นต้องออกมาขายหนังสือพิมพ์กลางถนนแบบนี้ ก็อยู่ได้สบาย ๆ แบบมีกินมีใช้ไปตลอดแล้ว แต่เขากลับเลือกทำด้วยจุดหมายอันยิ่งใหญ่คือการนำเงินทั้งหมดเท่าที่จะหามาได้กับช่วงชีวิตที่เหลือ นำไปบริจาคให้การกุศลในคิวบาทั้งหมด

ศาสตราจารย์คอร์รี่ย์ ได้ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กไทม์ ที่ได้ไปตามติดชีวิตของเขาเอาไว้ว่า สิ่งที่ทำให้ชายวัย 97 ปี คนนี้เลือกที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันแบบนี้เพื่อการกุศล เป็นผลมาจากการที่ภรรยาของเขาได้จากโลกนี้ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ซึ่งนั่นนำมาซึ่งความเหงา โดดเดี่ยว อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ศาสตราจารย์คอร์รี่ย์ จึงคิดได้หากตัวเขาเองมามัวเหงาซึมไปวัน ๆ แบบนี้ เห็นทีจะมีแต่เรื่องแย่ ๆ เลยตัดสินใจหากิจกรรมทำในแต่ละวัน ก่อนจะมาปิ๊งกับไอเดียการขายหนังสือพิมพ์นี้ ซึ่งตัวเขาเองมองว่านี่แหละคือวิธีที่จะช่วยให้เขาเอาชนะความเหงา โดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ เพื่อไม่ให้ไอเดียที่ว่าเป็นแค่การทำให้ผ่านไปวัน ๆ เขาเลยตั้งจุดประสงค์เอาไว้ด้วยว่า จะนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปบริจาคให้กับ

การซื้อและสนับสนุนอุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อรักษาเด็ก ๆ ที่ป่วยแล้วไม่มีเงินในการรักษาตัวในประเทศคิวบา 

ที่แม้บางวันเขาจะหาเงินมาได้ถึง 250 เหรียญสหรัฐอเมริกา เขาก็จะเก็บเงินทั้งหมดนั้นไว้ เพื่อการบริจาคตามความตั้งใจนั้นอย่างมั่นคงและแน่วแน่
ตามประวัติของ ศาสตราจารย์คอร์รี่ย์ แล้ว ในตลอดชีวิตที่ผ่านมาของเขา ถือเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งของสหรัฐอเมริกา ด้วยการเป็นดาวตลกที่มีผลงานทางโทรทัศน์มากมาย ทั้งการร่วมงานกับอดีตดาวตลก 

“แจ็คกี้ กลีสัน” (Jackie Gleason) 

และ

ผู้กำกับภาพยนตร์ผู้มากฝีมือและประสบการณ์อย่าง 

“วู้ดดี้ อัลเลน” (Woody Allen) 


ขณะที่ในปี 1940 เขาได้รับการยกย่องให้เป็นศาสตราจารย์ของวงการตลก ด้วยมุขตลกกับการเล่นปริศนาคำทาย ตามมาด้วยการแต่งกายของเขาด้วยชายเสื้อสีดำ เนคไทลายทาง รองเท้าผ้าใบแบบหุ้มข้อ และทรงผมแบบกระเซอะกระเซิง ที่ในที่สุดก็กลายเอกป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาไปโดนปริยาย

ด้านเอเยนต์ส่วนตัวของเขาซึ่งเป็นเสมือนเพื่อนซี้เลยก็ว่าได้ ได้พูดถึงสิ่งที่ ศาสตราจารย์คอร์รี่ย์ ทำไว้ว่า ทั้งหมดทั้งมวลที่เขาทำไม่ใช่เพราะต้องการเงินจำนวนมาก ๆ แต่อย่างใด หากเป็นเพียงแค่การทำในสิ่งที่ใจเขาต้องการ ทำในสิ่งที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้แค่นั้น แม้ ณ ตอนนี้ภายนอกของเขาจะดูเหมือนคนไร้บ้าน ยากจน สกปรก ๆ แต่หารู้ไม่ว่าเขานี่แหละคือ "ผ้าขี้ริ้วห่อทอง" ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กไทม์ได้ถามในเชิงสรุปเอาไว้ว่า ทั้งหมดที่ทำไปนั้น ทำไปเพื่ออะไร? ศาสตราจารย์เออร์วิน คอร์รี่ย์ ก็ตอบทิ้งท้ายคำถามเอาไว้อย่างสั้น ๆ และได้ใจความแบบง่าย ๆ เลยว่า"แค่ต้องการช่วยเหลือผู้คนเท่านั้น"
Read more ...

รศ.ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์

4 ต.ค. 2554
โดยเว็บไซต์ รร.จิระศาสตร์วิทยา จ.พระนครศรีอยุธยา http://school.obec.go.th/jirasartwittaya/oldstudent3.html

ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้รับการศึกษาในชั้นอนุบาลจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 

หลังจากนั้นได้เข้าศึกษาต่อในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนหอวัง เมื่อสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว ได้ศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และปีที่ 5 และได้สอบเทียบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ได้ขณะที่ศึกษาอยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 

จากนั้นได้สอบเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาใน พ.ศ.2530 โดยเลือกคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นอันดับหนึ่งและอันดับเดียว

ในขณะที่ศึกษาที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้น ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้รับรางวัลเรียนดีในฐานะนักศึกษาที่ได้คะแนนสูงสุดของชั้นปีในทุกปีการศึกษา และได้เข้าร่วมกิจกรรมของมหาวิทยาลัย โดยเคยเป็นรองประธานสภานักศึกษาเมื่อ พ.ศ.2531 

ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ สำเร็จการศึกษาเป็นนิติศาสตรบัณฑิตในปีการศึกษา 2533 และได้รับรางวัลเรียนดีทุนภูมพลในฐานะบัณฑิตที่สอบได้คะแนนสูงสุดของคณะนิติศาสตร์ในปีการศึกษานั้น

หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้เข้าทำงานเป็นนิติกร ที่สำนักงานกฎหมาย บริษัทปูนซิเมนต์ไทย และได้สำเร็จการศึกษาเป็นเนติบัณฑิตไทย สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ต่อมาใน พ.ศ.2535

ได้รับพระราชทุนมูลนิธิอานันทมหิดลให้ไปศึกษาวิชานิติศาสตร์ เน้นหนักทางด้านกฎหมายมหาชน ณ ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีในระดับชั้นปริญญาโทและปริญญาเอก ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้เลือกศึกษาที่คณะนิติศาสตร์มหาวิทยาลัย Goettingen ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี และสำเร็จการศึกษานิติศาสตรมหาบัณฑิต (Magister Iuris) ด้วยคะแนนดีมาก (sehr gut) ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดตามหลักสูตร Magister Iuris ของมหาวิทยาลัย โดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “หลักกฎหมาย clausula rebus sic stantibus ในสัญญาทางปกครอง”

หลังจากนั้นได้กลับมารับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นเวลาหกเดือน และ ได้กลับไปศึกษาต่อในชั้นปริญญาเอก สำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาเอกทางกฎหมายเป็น “Doktor der Rechte” ได้รับคะแนนระดับ “summa cum laude” ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดสำหรับการศึกษาในระดับปริญญาเอกทางกฎหมายในประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีโดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง

“วิวัฒนาการทางทฤษฎีของสัญญาทางปกครองในระบบกฎหมายเยอรมัน” 

วิทยานิพนธ์เล่มนี้ได้รับการตีพิมพ์เผยแพร่โดยสำนักพิมพ์ Dunker & Humblot (Berlin)

หลังจากสำเร็จการศึกษาชั้นปริญญาเอกใน พ.ศ.๒๕๔๒ แล้ว ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ได้กลับมารับราชการที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองศาสตราจารย์ โดยเป็นอาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชนและภาควิชานิติศึกษาทางสังคม ประวัติศาสตร์และปรัชญา

นอกจากนี้ยังเป็นกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร (กวฉ.) สาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมายด้วย

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรเจตน์ ภาคีรัตน์ สำเร็จการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต จากคณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับรางวัลเรียนดีทุนภูมิพลในฐานะบัณฑิตที่ได้คะแนนสูงสุดของคณะนิติศาสตร์ประจำปีการศึกษา 2533

เป็นเนติบัณฑิตไทย จากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา ได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลให้ไปศึกษาวิชานิติศาสตร์ เน้นหนักกฎหมายมหาชน ณ สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน
คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Goettingen

สำเร็จการศึกษานิติศาสตรมหาบัณฑิต จากมหาวิทยาลัย Goettingen ด้วยคะแนนดีมาก (sehr gut) ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในชั้นปริญญาโทตามหลักสูตร Magister iuris ของมหาวิทยาลัยโดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “หลักกฎหมายclausula rebus sic stantibus ในสัญญาทางปกครอง” 

และสำเร็จการศึกษานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิต (Doktor der Rechte – Doktor Jur) จากมหาวิทยาลัยเดียวกันด้วยคะแนนดีเยี่ยม (summa cum laude) ซึ่งเป็นคะแนนสูงสุดในชั้นปริญญาเอก โดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง 

วิวัฒนาการทางทฤษฎีของสัญญาทางปกครองในระบบกฎหมายเยอรมัน” (วิทยานิพนธ์ภาษาเยอรมันฉบับนี้ได้รับการพิมพ์เผยแพร่โดยสำนักพิมพ์ Duncker & Humblot -Berlin)

ปัจจุบันเป็นอาจารย์ประจำภาควิชากฎหมายมหาชน และภาควิชานิติศึกษาทางสังคม ประวัติศาสตร์ และปรัชญา คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

19 กันยายน 2553 เป็นผู้ร่วมก่อตั้งเวบไซต์ นิติราษฎร์ http://www.enlightened-jurists.com/
Read more ...

นายคมสัน โพธิ์คง

11 ต.ค. 2553
เกิด : 3 กรกฎาคม 2508

การศึกษา : 

นิติศาสตร์บัณฑิต ม.ราม
นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย

อาชีพ : รับราชการอาจารย์มหาวิทยาลัย มสธ.

งานสำคัญ :
- ผู้ชำนาญการประจำคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ สภาร่างรัฐธรรมนูญ(2540)
- กรรมการที่ปรึกษากฏหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้ง (2542-2543)
- กรรมการที่ปรึกษากฏหมาย กระทรวงศึกษาธิการ
- ผู้ช่วยอธิการบดี มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
- สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ปี 2550
Read more ...

อาจารย์ สมเกียรติ ตั้งนโม

6 ก.ค. 2553
รองศาสตราจารย์ สมเกียรติ ตั้งนโม (? - 6 กรกฎาคม 2553) อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นอาจารย์คณะวิจิตศิลป์ และเว็บมาสเตอร์และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

                     
Read more ...

เกิร์ต-แจน อเล็กซานเดอร์ คนูปส์

2 มิ.ย. 2553

เกิร์ต-แจน อเล็กซานเดอร์ คนูปส์ 

เป็นทนายความคนใหม่ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าเป็นความพยายามอย่างถึงที่สุดของอดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะนำเหตุการณ์ในการสลายการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)หรือกลุ่มเสื้อแดงในไทยขึ้นสู่ศาลอาญาระหว่างประเทศหรือศาลโลกให้ได้

คนูปส์เกิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 1960 ที่เมืองไอน์โดเฟ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ ว่ากันว่า เดิมทีคนูปส์ตั้งใจจะเป็นนักชีววิทยาทางทะเล แต่เมื่อถูกเกณฑ์เข้าร่วมเป็นนาวิกโยธินแล้วต้องช่วยเพื่อนทหารด้วยกันต่อสู้คดีในศาลทหาร ทำให้คนูปส์เลือกเป็นนักกฎหมายแทน

เริ่มจากการศึกษากฎหมายแพ่งที่มหาวิทยาลัยทิลเบิร์ก ต่อด้วยการศึกษากฎหมายอาญาจากสถาบันวิลเลม ปอมปี ของมหาวิทยาลัยอูเทรตช์ ก่อนสำเร็จปริญญาเอกนิติศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยเลเด้น เมื่อปี 1998

ผลงานที่สร้างชื่อให้กับคนูปส์ก็ คือ 

1. การทำหน้าที่เป็นทั้งพนักงานอัยการและเป็นทนายให้กับกองกำลังรักษาสันติภาพ ภายใต้กรอบกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ ในโคโซโว, 

2. การดำเนินคดีกับกลุ่มแกนนำชนเผ่าฮูตู ในการดำเนินคดีต่อศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศในคดีฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่รวันดา รวมถึง

3. การดำเนินคดีกับผู้นำกบฏในเซียร่าเลโอน จนกลายเป็นที่มาของการผลักดันให้มีระบบกฎหมายใหม่ขึ้นในประเทศนี้

หลังสุด 

4. ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายให้กับจำเลยในการดำเนินคดีต่อซาลิด ฮัมดาน ซึ่งทำหน้าที่เป็น "คนขับรถ" ของโอซามา บิน ลาเดน ในสหรัฐอเมริกา ที่นำไปสู่คำพิพากษาสำคัญของศาลสูงสหรัฐอเมริกา ที่พิพากษาไว้ว่า ระบบซึ่งอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู. บุช จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการกล่าวหาผู้ที่ถูกกักกันไว้ที่ค่ายกักกันอ่าวกวนตานาโมว่าเป็นอาชญากรสงครามนั้นเป็นโมฆะ

ปัจจุบัน คนูปส์ทำหน้าที่เป็นทั้ง

-อาจารย์สอนกฎหมายอยู่ในหลายมหาวิทยาลัย, 
-เป็นสมาชิกในคณะกรรมการที่ปรึกษาของซันโกลว์ องค์กรพัฒนาเอกชนทางกฎหมายในนครนิวยอร์ก ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการปกครองนิติรัฐ, 
-เป็นบรรณาธิการวารสารเพื่อการศึกษาระหว่างประเทศ (ไอเอสเจ) และ
-เป็นประธานของบริษัทกฎหมายชื่อคนูปส์ แอนด์ พาร์ทเนอร์ส แอดโวคาเตน ในเนเธอร์แลนด์ ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ใน

-คดีอาญา ทั้งในระดับภายในและระหว่างประเทศ 
-คดีการส่งตัวในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน 
-คดีอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับทหาร 
-คดีที่เกี่ยวเนื่องกับศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป, 
-ศาลอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ, 
-ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ 
เป็นอาทิ
Read more ...

Peter A. Jackson

18 พ.ค. 2553

Peter A. Jackson

BA (UNE), MA Prelim (Sydney),
MA (Hons)(Mac),
PhD (ANU)Associate Professor, School of Culture, History & Language

Email: peter.jackson@anu.edu.au

Biographical statement
I am currently completing a major project on historical shifts in Thai understandings of gender and sexuality from the middle of the nineteenth century to the present.

Together with Dr Rachel Harrison (Thai literature, School of Oriental and African Studies, London), I am working on a study of the relationship of Thailand's semi-colonial status in the nineteenth and twentieth centuries to changes in elite and popular culture.

This project is being funded by a four-year grant from the Academy for the Humanities Research Board (UK).
Research interests

Thai cultural history; history of sexuality and sexual cultures; Buddhism and religious studies.

Key publications
-Buddhism, Legitimations and Conflict: The Political Functions of Urban Thai Buddhism, Institute of Southeast Asian Studies, Singapore, 1989.

-Dear Uncle Go: Male Homosexuality in Thailand, Bua Luang Books, Bangkok, 1995.

-Multicultural Queer: Australian Narratives, Haworth Press, New York, 1999.

-Lady Boys, Tom Boys, Rent Boys: Male and Female Homosexualities in Contemporary Thailand, Haworth Press, New York, 1999.

-Gay and Lesbian Asia: Culture, Identity, Community, Harrington Park Press, New York, 2001.

-Buddhadasa: Theravda Buddhism and Modernist Reform in Thailand, Silkworm Books, Thailand, 2003.

Career highlights
Executive Officer, National Thai Studies Centre, ANU (1991-94).
Read more ...

สุรชาติ บำรุงสุข

1 พ.ค. 2553
รองศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข

เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านยุทธศาสตร์ การรบ และสงคราม

ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การศึกษา


รัฐศาสตร์บัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

M.A. in Government, Cornell University (New York, U.S.A.)

M. Phil in Political Science, Columbia University (New York, U.S.A.)

Ph.D. in Political Science, Columbia University (New York, U.S.A.)

ราชการพิเศษ
คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาพัฒนานโยบายความมั่นคงแห่งชาติด้านการป้องกันประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (2539)

ที่ปรึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด (2540)

กรรมการในคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารด้านต่างประเทศและความมั่นคงของประเทศ (2541)


งานวิจัย

จากสงครามเย็น.....สู่สันติภาพเย็น : ความสืบเนื่องและความเปลี่ยนแปลงของปัญหาความมั่นคงไทย ใน ค.ศ. 2000 (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2539)

นโยบายการป้องกันประเทศของจีน : ปัญหาเก่า - เวลาใหม่ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2539)


หนังสือ

ทหารกับประชาธิปไตยไทย : จาก 14 ตุลา สู่ปัจจุบันและอนาคต (2541)

ยกเครื่องเรื่องทหาร : ข้อเสนอสำหรับกองทัพไทยในศตวรรษที่ 21 (ผู้เขียน, 2540)

สังคมต้องรู้เรื่องทหาร : ทำไม - อย่างไร (ผู้เขียน, 2540)

ความสัมพันธ์พลเรือนทหาร : เปรียบเทียบไทย - สหรัฐ (ผู้เขียน, 2539)

เรือดำน้ำ : การขยายสมุททานุภาพในเอเชีย - แปซิฟิค (ผู้เขียน, 2539)

ค.ศ. 2000 : ยุทธศาสตร์โลกหลังสงครามเย็น (ผู้เขียน, 2537)

ยุทธศาสตร์ : แนวคิดและกรณีศึกษา (เขียนร่วม, 2536)

มนุษย์กับสงคราม : ประวัติศาสตร์ทหารของโลกตะวันตก (ผู้เขียน, 2534, 2535)

ระบบทหารไทย (บรรณาธิการและผู้เขียน, 2530)

นานาทัศนะว่าด้วยคลังอาวุธสำรอง (บรรณาธิการและผู้เขียน, 2530)

ความสัมพันธ์ทางทหารไทย - สหรัฐ : ยุคเปรม - เรแกน (ผู้เขียน, 2529)

รัฐและกองทัพในประเทศโลกที่สาม (ผู้เขียน, 2529)

เอฟ - 16 กับการเมืองไทย (บรรณาธิการและผู้เขียน, 2528)

จุลสาร

สหรัฐอเมริกา : อำนาจทางทหารยุคหลังสงครามเย็น (2539)

ความรู้เบื้องต้นว่าด้วยอาวุธและยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ (2531)

อาวุธนิวเคลียร์กับการเมืองโลก (2530)

ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา (2529)

อุตสาหกรรมอาวุธในประเทศโลกที่สาม (2528)

ความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐกับระบบทหารไทยยุคหลังสงครามเวียดนาม (2525)

ความรู้เบื้องต้นว่าด้วยการเจรจาจำกัดอาวุธทางยุทธศาสตร์ (2522)

บทความภาษาอังกฤษ

“Changing Patterns of Civil - Military’s Relations and Thailand’s Regional Outlook” in David R.Marcs, ed, Comparative Civil - Military Relations in Latin America, Asia, and Africa (Westview Press, 1997)

หนังสือและจุลสารภาษาอังกฤษ

Thailand’s Security Policy Since the Invasion of Kampuchea (1988)

United States Foreign Policy and Thai Military Rule, 1947 - 1977 (1988)

บทความเสนอในการสัมมนาระหว่างประเทศ

New Strengths - Old Weaknesses : Thailand’s Civil - Military Relations into the 2000s (Hong Kong, 1996)
Constructive or Destructive Engagement? : Thai Foreign Policy Towards Burma (Boston, U.S.A.1994)

Military - Initiated Transition in Thailand : Causes, Costs and Consequences (Bangkok, 1992)

The Military and Democratization : Transition Through Transaction in Thailand, 1977 - 88 (New Orleans, U.S.A.1991)

Thailand and Kamphuchea Conflict : The Development of Thai Security Policy in The Kampuchean Conflict (Clearmout, U.S.A.1987)

Alternative Defense in Thailand (Hadyai, Thailand 1986)

The Military and The Thai State (Penang, Malaysia 1985)





Read more ...

ธงชัย วินิจจะกูล

1 พ.ค. 2553
ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกูล นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชาวไทย
เกิดและโตที่กรุงเทพ ประเทศไทย
อดีตเป็นผู้นำนักศึกษาซึ่งถูกจับกุมในเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519
ย้ายไปสหรัฐอเมริกาในปี พ.ศ. 2534
ปัจจุบันเป็นศาสตราจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และประวัติศาสตร์ไทย
ที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิน แมดิสัน สหรัฐอเมริกา

สาขาที่สนใจคือประวัติศาสตร์วัฒนธรรมและวิทยาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยุคต้นสมัยใหม่และสมัยใหม่ (คริสต์ศตวรรษที่ 19 และต้น 20)

โดยเฉพาะการปะทะกันระหว่างสังคมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอารยธรรมตะวันตก,
ประวัติศาสตร์สยาม/ไทย โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ของความรู้ แนวคิด และนักคิด,
และการเมืองวัฒนธรรมไทยสมัยใหม่ ตั้งแต่ปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงปัจจุบัน,
ชาตินิยม,
ภูมิศาสตร์ การแผนที่ ประวัติศาสตร์ที่อันตราย ความทรงจำ และ
วิธีที่สังคมจัดการกับอดีตที่เป็นปัญหาเหล่านั้น

ธงชัยจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
ปริญญาตรีจากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ
ปริญญาโทและเอกจาก มหาวิทยาลัยซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย



ที่มา เวบไซต์ voicetv 23 ธันวาคม 2552

บทสัมภาษณ์ ศ.ดร.ธงชัย วินิจจะกุล ทัศนะเกี่ยวกับอนาคตของประเทศไทยในช่วงการเปลี่ยนผ่าน ท่ามกลางความแตกแยก ขัดแย้งทางความคิด ในรายการ intelligence กับจอม เพ็ชรประดับ รับฟังเต็มๆ ได้ที่ www.voicetv.co.th/programs/intelligence/

‘การเปลี่ยนแปลงของสังคม 20-30 ปีที่ผ่านมา เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตคนในชนบท คนชนบทไม่เหมือนเดิม แต่ก่อนจะรอรัฐบาล รองบประมาณมาโปรด ปัจจุบัน เขามีชีวิตอยู่กับเมือง เข้าใจการเมืองมากกว่าที่เราคิด การเลือกตั้งมีบ่อยครั้งพอ ที่คนชนบทรู้จักใช้เป็นช่องทางที่สามารถเข้ามาขอมีส่วนแบ่งการมีส่วนร่วมอำนาจทางการเมือง ชาวบ้านและคนจนเมือง รู้จักการเมืองมากขึ้น เขาไม่ถูกใช้หรือถูกหลอก การปฏิเสธเสียงของเขา คือรากฐานของความขัดแย้งขณะนี้’

‘คำว่า ประชาชนถูกซื้อด้วยฝ่ายการเมืองด้วยเงิน ตอบได้เลยว่า ไม่จริง’

‘การซื้อเสียง กลางปี 2520 กับปัจจุบัน ต่างกัน การซื้อเสียง ไม่เป็นปัจจัยกำหนดการเลือกตั้งอีกแล้ว ชาวบ้านเขารู้แล้วว่า การรับเงิน เป็นการส่งผลระยะสั้น … การจ่ายเงินซื้อเสียงระยะหลัง เป็นการจ่ายเพื่อไม่ให้ตนเสียเปรียบ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ตนได้เปรียบ’

'ประเด็นการอ้างว่า ทำงานไม่ได้เพราะคุณทักษิณ ...คุณก็หยุดไล่ล่าซะ ทำงานเถอะ การอ้างว่า เพราะทักษิณ ทำให้ทำงานไม่ได้ แสดงคุณภาพ และฝีมือในการทำงานของตัวพวกคุณ... คนมหาศาลเชื่อว่า คุณน่าจะทำงานได้ โดยไม่ต้องไล่ล่าทักษิณ'

‘คุณห้ามความขัดแย้งทางความคิดไม่ได้ เป็นเรื่องปกติ แต่ควรขัดแย้งบนฐานความรู้ ปัญญา มากกว่า’

‘สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ใช้กฎหมายที่เป็นธรรม กระบวนการต้องเที่ยงธรรม แค่นั้นแหละ คนในกระบวนการยุติธรรม อาทิ ตำรวจ อัยการ ศาล ต้องเที่ยงธรรม แค่นั้นแหละ’

‘คนที่บอกว่า ประเทศจะล่มจม วิกฤตที่สุดในโลก ก่อนรัฐประหาร จึงต้องไล่ทักษิณออกไป ถามว่า หลังรัฐประหาร เสียหายหนักกว่าไหม ผมว่าหนักกว่าเยอะนะ หนักกว่านั้นเยอะเลย มันไม่ช่วยอะไรขึ้นมา ถ้าปล่อยให้เกิดการเลือกตั้ง ยอมรับผลการเลือกตั้ง ถ้าคนเหล่านั้นทุจริต ก็สู้กันไปตามกรอบ ให้คนได้เรียนรู้ พิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาทำ มันผิด มันไม่ดีเอง แต่มันก็ไม่ทำให้เสียหายเท่ากับที่เกิดในปัจจุบัน’

‘การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ จะราบรื่นโดยไม่มีความขัดแย้งเป็นไปไม่ได้’

‘การจับเข่าสมานฉันท์ เป็นเรื่องตลก จะแตกหักไหม บอกไม่ได้’

'อะไรแก้ความขัดแย้ง ....กระบวนการประชาธิปไตย ต้องยอมรับความพ่ายแพ้ ให้คนที่ประชาชนเลือก ได้บริหาร ต้องเคารพกติกา อย่าออกกติกาที่ทำร้ายคนอื่น ต้องตัดสินตามกติกาของกฎหมาย อย่างยุติธรรม’

‘ประชาธิปไตยไม่ต้องสอน ให้คิดถึงส่วนรวมให้ถูกต้อง อย่าคิดแต่มุมมองส่วนตัว’

‘ชาตินิยมเหมือนไฟ คุณเล่นไม่ดี นอกจากลวกมือคุณแล้ว จะเผาบ้านด้วย คุณจะควบคุมไม่ได้ ผมดูถูกคนที่ชาตินิยมฝังหัว ว่าล้าหลัง ใจแคบ คิดอะไรตื้นๆ … ชาตินิยมไม่ช่วยอะไรเท่าไร คุณแคร์กับเพื่อนร่วมชาติ ไม่จำเป็นต้องชาตินิยม อันนี้สำคัญกว่า แชร์ความห่วงใย พอใจ ไม่พอใจ กับคนอื่น ใครก็ได้ ชาตินิยม คือความใจแคบ ไม่เมตตากรุณา ไม่มองคนอื่นในแง่ดี น่าเสียใจที่คนเป็นแบบนี้’

‘ต้องปล่อยให้คนแสวงหาความคิด ความเห็น กล้าคิด กล้าแสดง ไม่ใช่ปิดกั้น’
Read more ...

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล

1 พ.ค. 2553
สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล (เกิดวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2501) นักวิชาการทางด้านประวัติศาสตร์ ปัจจุบัน เป็นอาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประวัติ
สมศักดิ์เกิดวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2501

จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 5 จากโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย (ส.ก.2514 หรือ รุ่น 90 เลขประจำตัวนักเรียน 18064)

จบการศึกษาปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับ 1) สาขาประวัติศาสตร์ จากคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยโมนาช ประเทศออสเตรเลีย

โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง The Communist Movement in Thailand

ปัจจุบัน สมศักดิ์เป็นอาจารย์ประจำ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ประวัติการทำงาน
สมศักดิ์เป็นผู้ที่สนใจกิจกรรมทางการเมืองมาตั้งแต่เป็นประธานนักเรียนโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย และเป็นหนึ่งในผู้จัดทำหนังสือ "ศึก" ซึ่งเป็นหนังสือรุ่นที่แจกจ่ายในวันสมานมิตร'๑๗ (งานประจำปีของโรงเรียน)

เป็นอดีตแกนนำนักศึกษาธรรมศาสตร์ ซึ่งช่วง 6 ตุลา ทำหน้าที่โฆษกบนเวทีชุมนุมของนักศึกษาภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และเป็น 1 ใน 18 ผู้ถูกจับกุมจากการล้อมปราบนักศึกษาประชาชนหัวก้าวหน้าเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 อันประกอบด้วย

1. นายสุธรรม แสงประทุม,
2. นายอภินันท์ บัวหภักดี,
3. นายธงชัย วินิจจะกูล,
4. นายประพนธ์ วังศิริพิทักษ์,
5. นายวิโรจน์ ตั้งวาณิชย์,
6. นายมหินทร์ ตันบุญเพิ่ม,
7. นายประยูร อัครบวร,
8. นายอรรถการ อุปถัมภากุล,
9. นายสุรชาติ พัชรสรวุฒิ,
10. นายอนุพงศ์ พงศ์สุวรรณ,
11. นายโอริสสา ไอยราวัณวัฒน์,
12. นายเสรี ศิรินุพงศ์,
13. นายอารมณ์ พงศ์พงัน,
14. น.ส.เสงี่ยม แจ่มดวง,
15. น.ส.สุชีลา ตันชัยนันท์,
16. นายสุรชาติ บำรุงสุข,
17. นายบุญชาติ เสถียรธรรม

สมศักดิ์ถูกจับกุมขณะหลบอยู่ในกุฏิพระในวัดมหาธาตุ ข้างธรรมศาสตร์พร้อมกับนักศึกษาอีกหลายสิบคน ภายหลังได้รับการนิรโทษกรรมเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2521

สมศักดิ์เป็นนักประวัติศาสตร์ที่มีความสนใจในประวัติศาสตร์ไทยยุคใกล้ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับการเมืองการปกครอง รวมทั้ง ผลงานการศึกษาค้นคว้าและการตีความประวัติศาสตร์จำนวนมาก โดยเฉพาะการศึกษาบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เช่นใน

-เหตุการณ์สวรรคตของรัชกาลที่ 8,
-การปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475,
-เหตุการณ์ 14 ตุลา,
-เหตุการณ์ 6 ตุลา และ
-รัฐประหาร พ.ศ. 2549

งานส่วนใหญ่มีการเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต เช่น

บทความในเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน,ฟ้าเดียวกัน, หนังสือพิมพ์ออนไลน์ประชาไท

นอกจากนี้ยังได้แสดงความเห็นในเว็บไซต์ต่างๆ โดยใช้ชื่อนามสกุลจริง เช่น

เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน

และนิวแมนดาลา

สมศักดิ์ เจียมธีรสกุลมักจะเป็นชื่อแรก ๆ เสมอเมื่อมีวิวาทะในประเด็น

ปัญญาชน
สังคมนิยม
ลัทธิมาร์กซ์

โดยเฉพาะประเด็นการเคลื่อนไหวของขบวนการฝ่ายซ้ายไทย

ผลงาน

หนังสือ ประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้าง

บทความ
กรณีถวัติ ฤทธิเดช ฟ้องพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ

สมัคร สนุทรเวช กับถนนปรีดี

สมศักดิ์ เจียมธีระสกุล, 2536. “ความผิดพลาดทางประวัติศาสตร์ของปรีดี พนมยงค์.” ผู้จัดการรายวัน, วันที่ 28 มิถุนายน 2536, พิมพ์ซ้ำในสุพจน์, 2536.

ร.7 สละราชย์ ราชสำนัก, การแอนตี้คอมมิวนิสม์ และ 14 ตุลา

พระราชหัตถเลขาสละราชย์ ร.7 ชีวประวัติของเอกสารฉบับหนึ่ง

ปรีดี พนมยงค์, จอมพล ป., กรณีสวรรคต และรัฐประหาร 2500

จุดเปลี่ยน 2500: เผ่า, สฤษดิ์ และพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

การชำระประวัติศาสตร์ 14 ตุลา ภายใต้พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

เหมาเจ๋อตง กับขบวนการนักศึกษาไทย

กงจักรปีศาจ และหนังสือเกี่ยวกับกรณีสวรรคต

เพลงพระราชนิพนธ์การเมือง กับการเมืองปี 2518-2519

ชนวน:ภาพละครแขวนคอ ที่นำไปสู่กรณี 6 ตุลา

คืนที่ยาวนาน:การไม่ตัดสินใจสลายการชุมนุมในธรรมศาสตร์ คืนวันที่ 5 ตุลาคม 2519

ใครเป็นใครในกรณี 6 ตุลา

ป๋วย อึ๊งภากรณ์, สล้าง บุนนาค, ธานินทร์ กรัยวิเชียร

ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ปีเกิด, ลูกจีน, 6 ตุลา

ลมเอยช่วยเป็นสื่อให้
Read more ...

ดร.สุรชาติ บำรุงสุข

10 พ.ย. 2552



รองศาสตราจารย์ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข เป็นผู้มีความเชี่ยวชาญทางด้านยุทธศาสตร์ การรบ และสงคราม ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเนื้อหา [ซ่อน]

1 การศึกษา
2 ราชการพิเศษ
3 งานวิจัย
4 หนังสือ
5 จุลสาร
6 บทความภาษาอังกฤษ
7 หนังสือและจุลสารภาษาอังกฤษ
8 บทความเสนอในการสัมมนาระหว่างประเทศ

[แก้]
การศึกษา

รัฐศาสตร์บัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

M.A. in Government, Cornell University (New York, U.S.A.)

M. Phil in Political Science, Columbia University (New York, U.S.A.)

Ph.D. in Political Science, Columbia University (New York, U.S.A.)
[แก้]
ราชการพิเศษ

คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศึกษาพัฒนานโยบายความมั่นคงแห่งชาติด้านการป้องกันประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (2539)

ที่ปรึกษา สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ กองบัญชาการทหารสูงสุด (2540)

กรรมการในคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารด้านต่างประเทศและความมั่นคงของประเทศ (2541)


[แก้]
งานวิจัย

จากสงครามเย็น.....สู่สันติภาพเย็น : ความสืบเนื่องและความเปลี่ยนแปลงของปัญหาความมั่นคงไทย ใน ค.ศ. 2000 (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2539)

นโยบายการป้องกันประเทศของจีน : ปัญหาเก่า - เวลาใหม่ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2539)


[แก้]
หนังสือ

ทหารกับประชาธิปไตยไทย : จาก 14 ตุลา สู่ปัจจุบันและอนาคต (2541)

ยกเครื่องเรื่องทหาร : ข้อเสนอสำหรับกองทัพไทยในศตวรรษที่ 21 (ผู้เขียน, 2540)

สังคมต้องรู้เรื่องทหาร : ทำไม - อย่างไร (ผู้เขียน, 2540)

ความสัมพันธ์พลเรือนทหาร : เปรียบเทียบไทย - สหรัฐ (ผู้เขียน, 2539)

เรือดำน้ำ : การขยายสมุททานุภาพในเอเชีย - แปซิฟิค (ผู้เขียน, 2539)

ค.ศ. 2000 : ยุทธศาสตร์โลกหลังสงครามเย็น (ผู้เขียน, 2537)

ยุทธศาสตร์ : แนวคิดและกรณีศึกษา (เขียนร่วม, 2536)

มนุษย์กับสงคราม : ประวัติศาสตร์ทหารของโลกตะวันตก (ผู้เขียน, 2534, 2535)

ระบบทหารไทย (บรรณาธิการและผู้เขียน, 2530)

นานาทัศนะว่าด้วยคลังอาวุธสำรอง (บรรณาธิการและผู้เขียน, 2530)

ความสัมพันธ์ทางทหารไทย - สหรัฐ : ยุคเปรม - เรแกน (ผู้เขียน, 2529)

รัฐและกองทัพในประเทศโลกที่สาม (ผู้เขียน, 2529)

เอฟ - 16 กับการเมืองไทย (บรรณาธิการและผู้เขียน, 2528)


[แก้]
จุลสาร

สหรัฐอเมริกา : อำนาจทางทหารยุคหลังสงครามเย็น (2539)

ความรู้เบื้องต้นว่าด้วยอาวุธและยุทธศาสตร์นิวเคลียร์ (2531)

อาวุธนิวเคลียร์กับการเมืองโลก (2530)

ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างประเทศพัฒนาแล้วกับประเทศกำลังพัฒนา (2529)

อุตสาหกรรมอาวุธในประเทศโลกที่สาม (2528)

ความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐกับระบบทหารไทยยุคหลังสงครามเวียดนาม (2525)

ความรู้เบื้องต้นว่าด้วยการเจรจาจำกัดอาวุธทางยุทธศาสตร์ (2522)


[แก้]
บทความภาษาอังกฤษ

“Changing Patterns of Civil - Military’s Relations and Thailand’s Regional Outlook” in David R.Marcs, ed, Comparative Civil - Military Relations in Latin America, Asia, and Africa (Westview Press, 1997)


[แก้]
หนังสือและจุลสารภาษาอังกฤษ

Thailand’s Security Policy Since the Invasion of Kampuchea (1988)

United States Foreign Policy and Thai Military Rule, 1947 - 1977 (1988)


[แก้]
บทความเสนอในการสัมมนาระหว่างประเทศ

New Strengths - Old Weaknesses : Thailand’s Civil - Military Relations into the 2000s (Hong Kong, 1996)

Constructive or Destructive Engagement? : Thai Foreign Policy Towards Burma (Boston, U.S.A.1994)

Military - Initiated Transition in Thailand : Causes, Costs and Consequences (Bangkok, 1992)

The Military and Democratization : Transition Through Transaction in Thailand, 1977 - 88 (New Orleans, U.S.A.1991)

Thailand and Kamphuchea Conflict : The Development of Thai Security Policy in The Kampuchean Conflict (Clearmout, U.S.A.1987)

Alternative Defense in Thailand (Hadyai, Thailand 1986)

The Military and The Thai State (Penang, Malaysia 1985)

Read more ...

'เล่น' การเมืองแบบประชาธิปัตย์

3 พ.ย. 2552
 
 อาจารย์ มาร์ค แอสกิ้ว  Dr. Marc Askew

มหาวิทยาลัย เมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย
Read more ...

สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ

1 พ.ย. 2552
 
ผศ.ดร.ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  อายุ 53 ปี แกนนำกลุ่มคนเดือนตุลาไม่เอาเผด็จการ

ผศ.ดร.สุธาชัย มีชื่อเรียกในหมู่คนเดือนตุลา และฝ่ายซ้ายว่า “สหายสมพร” หรือรู้จักในหมู่เพื่อนฝูงกลุ่มหนึ่งว่า “ยิ้ม” หรือ “เจตน์” ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ หลังเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา ได้เข้าป่าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ในเขตจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเหตุการณ์ 6 ตุลาฯ นี้เองที่กลายเป็นรอยแผลที่บาดลึกต่อสถาบันพระมหากษัตริย์       
       
ต่อมาเขาออกมาจากป่ามาศึกษาต่อจนจบ ปริญญาตรีด้านประวัติศาสตร์ จาก มศว.ประสานมิตร พ.ศ.2524 หลังจบปริญญาตรีเข้าทำงานเป็นฝ่ายข่าวต่างประเทศของหนังสือพิมพ์มาตุภูมิราย วัน ร่วมกับ 
สำราญ รอดเพชร 
ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ 
สุนันท์ ศรีจันทรา 
ปาริชาติ ประคองจิตต์ 
วุฒิพงษ์ หลักคำ 
สุรวิชช์ วีรวรรณ ฯลฯ 
ซึ่งที่เอ่ยมาทั้งหมดนี้ปัจจุบันสนับสนุนการเคลื่อนไหวของพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย       
       
หลังจากนั้น ผศ.ดร.สุธาชัย 

จบปริญญาโท อักษรศาสตรมหาบัณฑิต เอกประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ.2532 วิทยานิพนธ์ กระบวนการทางการเมืองที่ต่อต้านรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ครั้งที่ 2 (2490-2500) และ

จบปริญญาเอก ด้วยทุนจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอก Portuguese History จาก UNIVERSITY OF BRISTOL พ.ศ.2541 โดยทำวิทยานิพนธ์เรื่อง The Portuguese Lancados in Asia       
       
ผลงานวิจัย/วิชาการ เช่น 

- 60 ปี ประชาธิปไตยไทย ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของประชาชน, 
- เหตุการณ์ 6 ตุลาเกิดขึ้นได้อย่างไร, 
- ประวัติศาสตร์จิตรกรรมและปฏิมากรรมไทย (ในโครงการสัตตศิลปะ ด้วยทุนสนับสนุนจาก บ.ปูนซิเมนต์ไทย)              

ปัจจุบันเป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สมรสกับภรรยาซึ่งเป็นอาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร 
Read more ...