นายเจิ้ง กั๊วหยง หรือ Brother Sharp คนเร่ร่อนชาวจีน ที่ชาวบ้านเห็นว่าเท่ดี

20 ก.ค. 2553
โดยข่าวสด เมื่อ 20 ก.ค.2553

เดลี่เมล์รายงานวันที่ 19 ก.ค. ว่า เรื่องราวชีวิตพลิกผันของ

นายเจิ้ง กั๊วหยง หนุ่มเร่ร่อนขอทานชาวจีน วัย 34 ปี 

ที่กลายเป็นดาวดังในโลกอินเตอร์เน็ต หลังมีผู้ถ่ายภาพไปเผยแพร่ในขณะสวมชุดสุดเท่เหมือนสไตล์โบฮีเมียน มีโปรดิวเซอร์ชาวจีนขอซื้อเพื่อสร้างเป็นภาพยนตร์ กำหนดเปิดกล้องในเดือนกันยายนนี้

นายเจิ้งกลายเป็นคนดังในจีน หลังจากปีก่อนมีช่างภาพสมัครเล่นบันทึกภาพช่วงที่นายเจิ้งเดินไปตามท้องถนนในเมืองหนิงเป่า มณฑลเจ้อเจียง ภาคตะวันออกของจีน ขอเงินซื้อข้าว และหยิบเอาเศษบุหรี่ที่คนทิ้งแล้วไปสูบต่อ ภาพถ่ายชุดดังกล่าวเผยแพร่ต่อมาในอินเตอร์เน็ตตั้งแต่เมื่อเดือนมกราคมปีนี้ และได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูเท่ มีสไตล์ บางคนยังตัดต่อไปเปรียบเทียบกับนายแบบบนแคตวอล์ก ระดับโลก พร้อมตั้งฉายาว่า "หนุ่มเร่ร่อนที่เซ็กซี่ที่สุดในจีน" และ "พี่ชายสุดเท่"

สื่อมวลชนจีนรายงานประวัติของนายเจิ้ง ว่า ย้ายมาอยู่ที่เมืองหนิงเป่า ตั้งแต่ปี 2539 เพื่อหาเงินเลี้ยงภรรยาและลูก 2 คน แต่ไม่กล้าติดต่อกลับไปหาทางบ้านอีกเลย เมื่อต้องออกจากงานและหมดเงิน ญาติพี่น้องต่างคิดว่า นายเจิ้งคงตายไปแล้ว กระทั่งได้เห็นภาพอีกครั้งในอินเตอร์เน็ต นายเจิ้งได้กลับบ้านครั้งแรกในรอบ 14 ปี เมื่อรู้ว่า ภรรยาและพ่อเสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์

ต่อมา เมื่อเรื่องราวของนายเจิ้งโด่งดัง มีแฟนๆ ที่ชื่นชอบ ร่วมกันบริจาคเงินให้รวมกว่า 5 แสนบาท หวังให้นายเจิ้งได้ตั้งตัวอีกครั้ง กระทั่งล่าสุดนี้ มีผู้เสนอให้ไปถ่ายแบบ และเป็นนายแบบบนแคตวอล์ก รวมถึงนายเติ้ง เจียงฉัว โปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ ขอซื้อเรื่องราวไปสร้างหนัง กำหนดออกฉายในเดือนก.พ.ปีหน้า โฆษกของครอบครัวนายเจิ้งให้สัมภาษณ์เดอะ เทเลกราฟ ว่า เรื่องราวนี้จะเป็นเรื่องเศร้า แต่จะจบแบบแฮปปี้ เมื่อครอบครัวได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง

โดยเมื่อ พ.ค.2553 นายเจิ้ง ได้ไปเดินแบบบนแคตวอล์คด้วย

Read more ...

นายธาริต เพ็งดิษฐ์

18 ก.ค. 2553

วุฒิการศึกษา 
นิติศาสตรบัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พ.ศ.2525
เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ.2527
นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาฯ พ.ศ.2530

ตำแหน่งทางวิชาการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชานิติศาสตร์ โดยอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2532

หน้าที่การงานปัจจุบัน ดำรงจำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

---------------------------
เบื้องลึก‘’ธาริต เพ็งดิษฐ์‘’ ‘’ผมไม่มีบุญคุณต้องทดแทนใคร

โดยฐานเศรษฐกิจ เมื่อ 8 ต.ค. 52

ประมาณกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จะพ้นจากเก้าอี้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.)เพื่อไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แทนพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ว่า ธาริต เป็นสายตรงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ธาริต เปิดใจให้สัมภาษณ์ฐานเศรษฐกิจ พร้อมกับท่าทีงุนงง กับเก้าอี้ตัวใหญ่ใน ดีเอสไอว่า ไม่รู้เป็นได้อย่างไร

+ตามที่มีข่าวว่า ท่านเป็นสายตรงพรรคประชาธิปัตย์บ้าง คนของไทยรักไทย ( หรือเพื่อไทยในปัจจุบัน)บ้าง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ไม่จริงครับ ถ้าดูให้ลึกๆ ก่อนผมมาดีเอสไอ ผมช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานกับน.พ.พรหมินทร์ ( เลิศสุริย์เดช ) อดีตรองนายกรัฐมนตรี ตอนนั้น ต้องการนักกฎหมายจากภาครัฐ จึงขอตัวจากสำนักงานอัยการมาช่วย ผมก็มาช่วยท่าน

หลังจากทำงานกับหมอพรหมินทร์ เสร็จแล้ว ท่านนายกฯ ทักษิณ (ชินวัตร ) และท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นคู่เขยของท่าน มีความคิดที่จะตั้งดีเอสไอ ก็ให้ผมร่างกฎหมายจัดตั้งดีเอสไอ เห็นไหมตอนนั้น ผมทำในฝ่ายรัฐบาลเสื้อแดงเลยนะ

หลังจัดตั้งดีเอสไอ ท่านสมชาย ตอนนั้นเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นคนตั้งผมเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ ในยุคก่อตั้งที่มี พล.ต.ท. นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เป็นอธิบดี

จากสภาพการณ์ที่เกิดขึ้น มักจะมีคนมองว่าผมเป็นคนของเสื้อแดง แต่ความจริงผมไม่เคยฝักใฝ่ฝ่ายใด ผมทำงานแบบมืออาชีพ จะเห็นได้ว่า พอผมมาทำหน้าที่โฆษกกระทรวงยุติธรรม เรื่องถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมทำตัวเป็นกลาง และไม่มีใบสั่งจากใครเลย ไม่ใช่ต้องเชียร์เสื้อเหลือง แต่ให้ความเห็นด้านข้อกฎหมายให้สังคมได้รับรู้ว่าที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

อีกอย่างผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ตั้งผมเป็นอธิบดีดีเอสไอ ถามจริงๆเถอะ ท่านจะไม่รู้เลยหรือว่าภูมิหลังผมเป็นอย่างไร ผมคิดว่า ท่านต้องมองที่การทำงานของผมว่าเป็นอย่างไร เป็นข้าราชการฝ่ายประจำ ที่ทำงานแบบมืออาชีพหรือไม่ หรือว่าผมทำงานแบบฝักใฝ่ ถ้าผมมีอาการแบบฝักใฝ่คงไม่เลือกผม ผมต่ออีกว่า ผมทำหน้าที่อย่างไรในคดีสำคัญ ผมทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

+ มีสัญญาณอะไรบอกล่วงหน้าหรือไม่ว่า จะได้เป็นอธิบดี ดีเอสไอ
มีข่าวลือในหนังสือพิมพ์ มาสัก 2 สัปดาห์ ว่าจะมีการโยกย้ายผมสลับกับท่าน ทวี แล้ว ผมก็ไม่ทราบอะไรเลย และไม่ได้ไปถามผู้ใหญ่ท่านใด จนกระทั่งก่อนที่ ครม. จะมีมติไม่ถึง 12 ชั่วโมงท่านรัฐมนตรี (นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม )ก็บอกผม ว่า จะมอบหมายให้ไปทำงานในตำแหน่งอธิบดี ดีเอสไอ

+ ใน ดีเอสไอ มีคดีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ หนักใจไหมที่ต้องดูแลเรื่องนี้
ผมไม่มีบุญคุณต้องทดแทนใคร ผมไม่หนักใจเรื่องนี้ ผมไม่ได้มาโดยระบบอุปถัมภ์ สิ่งที่ผมต้องทำคือ ทำงานให้ดีที่สุด ตรงไปตรงมา และสร้างความยุติธรรม

+ทำอย่างไรไม่ให้การเมืองแทรกแซงดีเอสไอ และจะล้างภาพลักษณ์นี้อย่างไร
สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง คือ ผมไม่ได้เป็นคนของพรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าไปดูประวัติแท้จริงผมถูกแต่งตั้งให้เป็นอธิบดี ดีเอสไอ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในสมัย ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขณะนั้นนายกรัฐมนตรีคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาถึงวันนี้ผมได้รับการแต่งตั้งโดย ครม. ชุด ประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยท่านพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรมว.ยุติธรรม ผมจึงไม่ใช่คนของพรรคใดพรรคหนึ่ง ภาพของผมไม่ใช่ภาพที่ติดอยู่กับใครหรือพรรคใด ซึ่งจริงๆก็เป็นเช่นนั้น

ที่สำคัญ ตอนที่ผมถูกเลือกให้เสนอชื่อเป็นอธิบดี ดีเอสไอ ผมยังงงอยู่เลยว่าได้เป็นอธิบดี ดีเอสไอ ได้อย่างไร

+จะใช้เวลาในการจัดระบบการทำงานให้เข้าที่เข้าทางนานแค่ไหน เพื่อปัญหาความขัดแย้งในองค์กร ให้คลี่คลายลง
การที่ผมเข้าไปเป็นอธิบดี ดีเอสไอ ผมเป็นสัญลักษณ์ของพลเรือน คนในดีเอสไอ รู้จักผมดี เพราะผมอยู่มา 4 ปีแล้ว และผมไม่ฝักใฝ่ใคร ผมเชื่อว่า ไม่ว่าผู้บริหารฝ่ายเก่า ฝ่ายใหม่จะคิดว่า คนที่เคยมีอำนาจไม่ต้องถูกล้าง ส่วนคนที่เคยถูกลดบทบาท ก็คิดว่าสามารถทำงานได้ เพราะฉะนั้น โดยธรรมชาติของผมคงเปิดโอกาสให้ผมได้ทำงานเต็มที่ โดยไม่มีใครมาตั้งป้อมกับผม คิดว่าผมจะมาล้างบางใครหรือไม่ เขารู้กิตติศัพท์ผมอยู่แล้วเขาก็ต้องบอกว่า ธาริตไม่ใช่คนแบบนั้น คนที่ไม่ได้ทำงานก็จะมีโอกาสได้ทำงาน ถึงคราวพิสูจน์ที่ผลงาน

ที่มีเสียงวิพากษ์ว่าในดีเอสไอ มีตำรวจมากกว่าพลเรือน ทำให้รู้สึกที่ไม่ดี แต่เมื่อผมมาจากพลเรือน คนน่าจะเปิดโอกาสให้ผมทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ตั้งป้อมมาแล้วต้องซัดกันอย่างนั้นไม่ใช่แล้ว

+ ตำแหน่งอธิบดีต้องรอโปรดเกล้าฯหรือไม่
ปกติ ต้องรอโปรดเกล้าฯ แต่ทราบว่ากระทรวงจะออกคำสั่งรักษาราชการแทน เพื่อจะได้ทำงานได้ทันที เข้าใจงาน คำสั่งจะออกสัปดาห์หน้า ประมาณ 15 หรือ 20 ตุลาคม นี้ คงต้องไปอยู่ที่ดีเอสไอ

เร็วๆนี้คงได้เห็นการพิสูจน์ ฝีไม้ลายมือ อธิบดีดีเอสไอ คนใหม่
Read more ...

Scarlett Johansson

16 ก.ค. 2553
สกาเล็ต ไอ. โยแฮนสัน(อังกฤษ: Scarlett Johannsson) (เกิด 22 พฤศจิกายน, ค.ศ. 1984) เป็นนักแสดงและนักร้องชาวอเมริกัน สัญชาติเดนมาร์ก

สกาเล็ตมีชื่อเสียงจากบทบาทการแสดงในเรื่อง The Horse Whisperer ในปีค.ศ. 1998 และได้รับบทวิจารณ์อย่างล้นหลามจากบทบาทการแสดงในเรื่อง Ghost World, Lost in Translationและ Girl with a Pearl Earring สกาเล็ตได้รับรางวัลบาฟต้าจากเรื่อง Lost in Translation และได้รับการเสนอชื่อขึ้นชิงรางวัลลูกโลกทองคำจากเรื่อง Lost in Translation และGirl with a Pearl Earring ในปีค.ศ. 2003 ด้วย

นอกจากบทบาทการแสดงแล้ว สกาเล็ตยังมีผลงานเพลงอีกด้วย อัลบั้มแรกของเธอ คือ Anywhere I Lay My Head วางจำหน่ายวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 2008
Read more ...

Master Toddy ทศพร สิทธิวัจน์

14 ก.ค. 2553
จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

ทศพร สิทธิวัจน์ หรือ มาสเตอร์ทอดดี้ (อังกฤษ: Master Toddy) เป็นผู้ฝึกสอนมวยไทย โปรโมเตอร์มวยไทยระดับโลก และยังแสดงและออกแบบท่าศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ในภาพยนตร์ เขายังเป็นผู้สอนนำในรายการเรียลลิตี้ช่องออกซิเจน ที่ชื่อ Fight Girls

เขาเป็นศิษย์ช่างกลปทุมวัน รุ่น 42 เขาเดินทางไปเปิดค่ายมวยที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2518 หลังจาก 16 ปีเต็มที่ทำค่ายมวยที่อังกฤษก็มาเริ่มที่ลาสเวกัส หลังจากนั้นช่องเอ็มทีวีทำสารคดีเกี่ยวกับนักมวยทำสัญชาติอเมริกัน คือคิต โคป, เบน การ์เซีย และแอนโทนี บราวน์ นักมวยในสังกัดในสารคดีที่ชื่อ True Life ในตอนที่ชื่อ I'm A Muay Thai

ทศพร สิทธิวัจน์มีค่ายมวยในสังกัดในสหรัฐอเมริกา 55 ค่าย ในออสเตรเลีย 8 ค่าย

เวบของมาสเตอร์ทอดดี้
Read more ...

จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี

14 ก.ค. 2553

ครม.แต่งตั้ง “จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี” เลขา รมว.ไอซีที

วันอังคาร ที่ 13 ก.ค. 2553

นายมารุต มัสยวาณิช รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอนุมัติตามที่กระทรวงการคลังเสนอแต่งตั้งนายกุลิศ สมบัติศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนารัฐวิสาหกิจ สคร.ตั้งแต่วันที่ 11 มีนาคม 2553 ซึ่งเป็นวันที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นต้นไป

นอกจากนี้ แต่งตั้งตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เสนอนางสาวจิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีไอซีที.-สำนักข่าวไทย

-----------------------------

โดยไทยรัฐ เมื่อ ก.ค.2553

จับตาหญิงเก่งชื่อ ตั๊น "จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี" บุตรสาวคนโตของ "จุตินันท์ - ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี" ผู้มีใจฝักใฝ่การเมืองมาตั้งแต่เด็ก วันนี้ดูเหมือนฝันจะเริ่มเป็นจริงอีกก้าว เมื่อได้ป๋าดันอย่าง "จุติ ไกรฤกษ์" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที สะบัดปากกาเซ็นชื่อ เพื่อเสนอขอความเห็นชอบจาก ครม. ในการแต่งตั้งทายาทสิงห์คนสวย นั่งตำแหน่งเลขานุการ แม้ครั้งหนึ่งจะเคยพลาดจากการเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม ส.ส.กทม. เขต 6 ที่ต้องหลบทางให้นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ไป เพราะชื่อชั้นทางการเมืองที่มากประสบการณ์กว่า แต่งานนี้ก็ต้องเปิดโอกาสให้สาวน้อยได้เริ่มเรียนรู้งานการเมืองกันต่อไป หวังอนาคตไว้ไกลแค่ไหน ก็ต้องลองสู้กันอีกสักตั้ง เพราะดูเธอมุ่งมั่นไปเบา แม้จะเคยผิดพลาดทางเทคนิค เรื่องปฏิทินลีโอมาแล้วครั้งหนึ่งก็ตาม...

เห็นหน้าสวย ๆ ตาใส ๆ หวานหยาดเยิ้มขนาดนี้ ใครจะรู้บ้างว่า ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ลูกสาวคนโตของ จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี และ หม่อมหลวงปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี แห่งอาณาจักรสิงห์ บริษัทธุรกิจเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่ ทำให้หลายคนเข้าใจว่า อนาคตของเธอถ้าไม่วนเวียนอยู่ในแวดวงธุรกิจ ซึ่งเป็นงานหลักของตระกูล ก็น่าจะอยู่ในวงการบันเทิงตามกระแสยอดนิยมของไฮโซในปัจจุบัน แต่กลับกลายเป็นว่าผิดถนัด เพราะความฝันของ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี คนนี้ยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เมื่อเธอปฏิเสธโอกาสที่จะเข้าวงการบันเทิง และเลือกทำงานสายการเมืองแทน

ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ปัจจุบันอายุ 24 ปี มีพี่น้องอีก 2 คน คือ น้องสาว ตุ๊ย นันทญา ภิรมย์ภักดี และน้องชาย ต่อย ณัยณพ ภิรมย์ภักดี วัยเด็กเรียนที่โรงเรียนจิตรลดา ก่อนที่เมื่อ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี อายุ 9 ขวบ จะต้องจากอ้อมอกแม่ไปใช้ชีวิตเพียงลำพังยังต่างแดน ด้วยสาเหตุที่ว่า สังคมไทยเต็มไปด้วยปัญหา ทั้งรถติด ควันพิษ ซึ่งปัญหาเหล่านี้เป็นตัวบ่อนทำลายสุขภาพของเด็กไทย โดยเฉพาะ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ที่ต้องเจอกับปัญหารถติดทุกเช้า เวลาของเธอจึงหมดไปกับท้องถนน ทั้งทานข้าว อ่านหนังสือทำให้สุขภาพของเธอแย่ลง ร่างกายอ่อนแอ ไม่แข็งแรงเหมือนเด็กทั่วไป ทำให้ผู้เป็นแม่เกิดความกังวลใจ จึงต้องตัดสินใจส่ง ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ไปเรียนต่อยังประเทศอังกฤษ ที่ไฮสคูล Westonbirt ก่อนจะศึกษาในระดับปริญญาตรี และจบการศึกษาจากคณะภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ ประเทศอังกฤษ

จากนั้น ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ก็ได้ศึกษาต่อปริญญาโทด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยรีเจนท์ส คอลเลจ ประเทศอังกฤษ จนจบการศึกษา และ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ก็ได้ผ่านการฝึกงานตั้งแต่อายูแค่ 16 ปี จากทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างเช่นที่บริษัทโฆษณา Blue UIR Advertising, บริษัท Orange (True Move), Christian Dior ประเทศฝรั่งเศส และบริษัทโพลีพลัสเอ็นเตอร์เทนเม้นท์

นอกจากด้านธุรกิจแล้ว ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ยังทำงานด้านการกุศลด้วย โดยเป็น NGO ของโครงการ PDA (Population and Community Development Association) ที่จังหวัดกระบี่ และได้ไปเป็นครูสอนเด็กที่บุรีรัมย์


ด้วยความน่ารัก สดใส ของ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ที่มาพร้อมกับความสวยไม่เป็นรองใคร ทำให้หลายฝ่ายพยามยามหยิบยื่นงานทางด้านวงการบันเทิงให้ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี แต่เธอกลับบอกว่า...

"ที่ผ่านมาตั๊นก็ได้รับโอกาสนี้ แต่ก็ยังไม่ได้เลือกรับโอกาสนั้น เพราะตั๊นวางแผนอนาคตของตัวเองแล้วว่า เราต้องการจะทำสิ่งใดกันแน่ คือตั๊นเข้าใจว่าเด็ก ๆ อายุเท่าตั๊น ถ้ามีใครมามอบโอกาสนี้ให้ก็คงต้องรีบรับไว้ เพราะอาชีพนี้น่าสนใจเป็นงานที่สนุก แต่ส่วนตัวแล้ว ตั๊นมองเลยไปถึงอนาคตข้างหน้าด้วยค่ะ ตั๊นคิดแล้วว่า อนาคตข้างหน้าเราต้องการจะทำงานด้านการเมือง แต่ถ้าหากเราเข้ามาทำงานด้านนี้ก่อน คนทั่วไปอาจจะไม่ยอมรับเรา ยิ่งสิ่งที่ตั๊นฝันไว้ คือการก้าวขึ้นไปนั่งเก้าอี้นายกฯ เชื่อว่าหลายคนยังไม่ไว้ใจเรา และยิ่งถ้าเรามาเป็นดาราก่อน คนเขาจะยอมรับได้เหรอ ตั๊นคิดว่า คนที่จะเข้ามาดูแลบ้านเมืองได้ ก็ต้องมีพื้นฐานที่ดี มีภาพพจน์ที่ขาวสะอาด ประสบการณ์ที่ดีทำให้คนอื่นเชื่อถือได้ค่ะ"

ส่วนสเปคหนุ่ม ๆ ของ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี นั้น เธอบอกว่าต้องเหมือนคุณพ่อ (จุตินันท์ ภิรมย์ภักดี) เท่านั้น เพราะเป็นแฟมิลี่แมนและมีเวลาให้กับครอบครัวเสมอ สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องมีเวลาให้กับครอบครัวของเขาด้วย


"ตั๊นจะดูจากวิธีการดูแลครอบครัวของเขาเองว่าเป็นอย่างไร ดูแลคุณพ่อคุณแม่ ญาติ พี่น้องของเขาดีแค่ไหน ส่วนนิสัยตั๊นเป็นคนลุย ๆ ไม่ใช่สาวหวาน เลยชอบคนที่นิสัยคล้าย ๆ กัน และต้องเป็นผู้ชายอารมณ์ดี เพราะตั๊นเป็นคนชอบเสียงหัวเราะค่ะ" ตั้น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี บอก

สำหรับเรื่องของหัวใจนั้นสาว ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี เคยมีข่าวว่ากำลังคบหาอยู่กับ "กึ้ง - เฉลิมชัย มหากิจสิริ" ไฮโซหนุ่มทายาทเนสกาแฟ แต่ก็มีข่าวคาวหลุดออกมาเกี่ยวกับกรณีที่มีภาพหลุดที่กำลังกอดกับ "บี้ - สุกฤษฏิ์ วิเศษแก้ว" ดารานักร้องหนุ่มชื่อดังค่ายแกรมมี่ แม้สาว ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี จะปฏิเสธว่าเป็นแค่เพื่อนกัน ไม่ได้มีอะไรมากเกินกว่านั้น แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอขึ้นทำเนียบเป็นดาราไฮโซไปอีกคน




และเชื่อว่า หลายคนที่อาจไม่เคยรู้จักชื่อ ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี คงได้รู้จักชื่อของเธอเป็นที่เรียบร้อย หลัง ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ซึ่งปัจจุบันทำงานเป็นข้าราชการด้านการเมือง ในตําแหน่งสํานักเลขาธิการนายกฯ ของ ดร.ปณิธาน วัฒนายากร โฆษกสํานักนายกรัฐมนตรี นำปฏิทินเบียร์ที่มี 6 นางแบบสาววาบหวิว ซึ่งกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในแง่ข้อกฎหมาย ไปแจกให้ข้าราชการในทำเนียบรัฐบาล จนถูกวิจารณ์กันในวงกว้าง ทำให้สาว ตั๊น จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี ยื่นใบลาออกไปเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ชื่อ-นามสกุล :
นางสาว จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี
อายุ : 24 ปี
ฉายา : ซ่าโซดาสิงห์

ประวัติครอบครัว

บิดา : นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี
มารดา : ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี
เป็นบุตรคนโต ในจำนวนพี่น้อง 3 คน ชื่อพี่-น้อง
1. น.ส.จิตภัสร์ ภิรมย์ภักดี (ตั๊น)
2. น.ส.นันทญา ภิรมย์ภักดี (ตุ๊ย)
3. นายณัยณพ ภิรมย์ภักดี (ต่อย)

การศึกษา
- โรงเรียนจิตรลดา
- ไฮสคูล Westonbirt ประเทศอังกฤษ
- ปริญญาตรี คณะภูมิศาสตร์ มหาวิทยาลัยคิงส์คอลเลจ

ตำแหน่งปัจจุบัน : 28 มกราคม 2552 ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี

การทำงาน และตำแหน่งหน้าที่
- ประธานชมรมร่วมใจไทยกู้ชาติ
- ฝึกงานบริษัทโฆษณา Blue UIR Advertising
- ฝึกงานแผนกสื่อสารการตลาดที่ Orange
- ฝึกงานที่ Chistian Dior ประเทศฝรั่งเศส
- ฝึกงานแผนกบริหารงานลูกค้า ที่ DY&R
- ฝึกงาน บริษัทโพลีพลัส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์
- NGO ของโครงการ PDA (Population and Communication Development Association) จ.กระบี่
- ครูสอนนักเรียนชั้นป.2และ ป.4 ที่จังหวัดบุรีรัมย์
Read more ...

บ็อบบี้ อีเดน (bobbi eden) นางเอกหนังเอ็กซ์ชาวดัตช์ ผู้ประกาศอมนกเขาแฟนคลับ

11 ก.ค. 2553
โดยisnhotnews เมื่อ 9 ก.ค.2553
บ็อบบี้ อีเดน นางเอกหนังเอ็กซ์ชาวดัตช์ ประกาศให้สัญญาจะปฏิบัติการ “โอษฐกาม” ให้กับแฟนคลับใน “ทวิตเตอร์” ของเธอทันที หาก ฮอลแลนด์ ผงาดครองแชมป์ เวิลด์ คัพ ทำเอาเว็บไซต์ร้อนฉ่าแห่สมัครสมาชิกทะลุ 6 หมื่นรายแล้ว คาดถึงเวลาโม่แข้งมีหวังเกินหลักแสน จนน่าสงสัยดาวโป๊จะทำตามคำมั่นได้ยังไงไหว


ฟุตบอลโลก 2010 บานปลายไปกันใหญ่ คำสัญญาของ ลาริสซ่า ริเกลเม่ นางแบบโนตมชาวปารากวัย ที่พร้อมจะเปลือยกายโชว์สยิวกลางเมือง หากทีมชาติบ้านเกิดผงาดครองแชมป์โลก กลายเป็นเรื่องเด็กๆ ไปซะแล้ว เมื่อดาวโป๊ฮอลแลนด์ประกาศพร้อมกระทำ “ออรัลเซ็กซ์” หรือ “โอษฐกาม” ให้กับแฟนคลับทันที หากทีมชาติบ้านเกิดของเธอครองแชมป์ เวิลด์ คัพ ครั้งนี้

แฟนบอล “อัศวินสีส้ม” คึกคักกันเป็นแถว เมื่อ บ็อบบี้ อีเดน นางเอกหนังเอ็กซ์ชั้นแนวหน้าของฮอลแลนด์ ลั่นวาจามอบ “เซ็กซ์ปากเปล่า” ให้กับแฟนคลับของเธอใน “ทวิตเตอร์” เครือข่ายสังคมออนไลน์ แบบฟรีๆ เพียงแค่ฮอลแลนด์เอาชนะสเปนได้สำเร็จ ในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2010 วันอาทิตย์ที่ 11 ก.ค.นี้ ที่สนาม ซอคเกอร์ ซิตี้ นครโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้

ดาวยั่วหมายเลข 1 แดนกังหันลม เจ้าของมิติพิศวง 34 C-23-35 วัย 30 ปี ซึ่งผ่านงานแสดงหนังสำหรับผู้ใหญ่มาแล้วกว่า 100 เรื่อง โพสต์ข้อความป่วนปั่นรัญจวนจิตเอาไว้ใน “ทวิตเตอร์” ของเธอเมื่อคืนวันพุธที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ว่า “ถ้าฮอลแลนด์ได้แชมป์ฟุตบอลโลก ฉันจะออรัลเซ็กซ์ (อมนกเขา) ให้แฟนคลับผู้ติดตามทวิตเตอร์ของฉันทุกคน”

คำประกาศของ อีเดน ทำเอา “ทวิตเตอร์” ร้อนฉ่าในทันใด เมื่อมีชาวเน็ตแห่เข้าไปสมัครเป็นสมาชิกหรือผู้ติดตาม “ทวิตเตอร์” ของเธอ ด้วยปริมาณพุ่งกระฉูดหยุดไม่อยู่ จากยอดเดิม 5,114 ราย บานปลายไม่หยุดยั้งเฉลี่ยแล้วแทบจะชั่วโมงละ 1,000 รายเลยทีเดียว โดยยอดล่าสุดเมื่อค่ำวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ทะลุหลัก 60,000 รายเรียบร้อยแล้ว แถมตัวเลขยังไม่นิ่งอีกต่างหาก พร้อมด้วยข้อความเชียร์ฮอลแลนด์กันไม่หวาดไม่ไหวจากแฟนคลับของเธอ ด้วยแรงปรารถนาให้ความฝันของเธอ (และของตัวเอง) เป็นความจริงนั่นเอง

ว่ากันว่ายอดแฟนคลับใน “ทวิตเตอร์” ของเธอ อาจทะยานทะลุหลัก 100,000 ราย ได้อย่างสบายๆ เลยทีเดียว เมื่อถึงกำหนดลงสนามนัดชิงแชมป์โลกวันอาทิตย์นี้

อย่างไรก็ตาม วิคกี้ เว็ตต์ ดาวโป๊สหรัฐอเมริกา และ มิสไฮบริด (อังกฤษ) เคยให้สัญญากับแฟนคลับในทำนองเดียวกันนี้มาแล้ว หากทีมชาติของพวกเธอได้แชมป์โลก แต่ทั้งสองทีมตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายไปก่อนแล้ว
Read more ...

นายวิทวัส ท้าวคำลือ หรือ มาร์ค V 11

6 ก.ค. 2553
เป็นครั้งแรกที่รายการเรียลลิตี้โชว์ อคาเดมี่ แฟนเทเชีย ซีซั่น 7 มีการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องกับนักล่าฝัน เมื่อ


นายวิทวัส ท้าวคำลือ หรือมาร์ค V 11 
ผู้เข้าประกวด อายุ 17 ปี จาก ร.ร.ปรินซ์รอแยลวิทยาลัย จ.เชียงใหม่ 


ได้แสดงตัวเป็นคนเสื้อแดงโพสต์ด่านายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงในเฟซบุ๊กด้วยถ้อยคำที่หยาบคาย จนถูกชุมชนในโลกไซเบอร์พร้อมใจกันโหวตออก แต่ผู้บริหารทรูวิชั่นส์ไม่ไล่มาร์คออก เนื่องจากเป็นการแสดงความคิดเห็น ก่อนที่จะเข้าไปอยู่ในบ้านเอเอฟ 7 ซึ่งมีกฎเหล็กห้ามนักล่าฝันพูดเรื่องการเมือง ศาสนาและเชื้อชาติ
     
จึงมีการจับตามองว่าคอนเสิร์ตแรกของเอเอฟ 7 วันเสาร์นี้ มาร์ค V 11 จะถูกผู้ชมโหวตออกจากบ้านหรือไม่ เพราะการที่มาร์คแสดงตัวเป็นคนเสื้อแดง ไม่ได้มีแต่คนที่ต่อต้านเท่านั้น ตรงกันข้ามจะได้รับการโหวตจากคนเสื้อแดงอย่างท่วมท้น จนอาจจะทะลุไปถึงตำแหน่งแชมป์เอเอฟ 7 เลยก็เป็นได้
Read more ...

อาจารย์ สมเกียรติ ตั้งนโม

6 ก.ค. 2553
รองศาสตราจารย์ สมเกียรติ ตั้งนโม (? - 6 กรกฎาคม 2553) อดีตคณบดีคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นอาจารย์คณะวิจิตศิลป์ และเว็บมาสเตอร์และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน

                     
Read more ...

โก๋เอ็ม- Buddha Bless

6 ก.ค. 2553

กิตติพงษ์ คำสาตร์

วันเกิด 24 มิถุนายน 2523
หนุ่มกราฟิตี้นักสักที่มีเสียงหล่อ ความสามารถในการเต้นเยี่ยมไม่แพ้เรื่องร้อง และเค้าก็ได้เคยฝากเสียงร้องไว้ในอัลบั้มของ ส้ม อมราแล้วด้วยเช่นกัน เสียงหล่อๆกับท่าเต้นที่ยียวนกวนอารมณ์จะทำให้โชว์สนุก

เป็นศิลปินผู้ใช้สีพ่นศิลปะบนกำแพงหรือที่เรียกกันว่า นักพ่น Graffiti มานาน แบบที่น้อยคนนักจะรู้ว่าเขาคือหนึ่งในศิลปินแขนงนี้ที่เก่งระดับอยู่แถวหน้าของประเทศเลยทีเดียว

เมื่อ 6 ก.ค.2553 เขาและเพื่อนในทีมอีกสามคนในนาม " ESA Crews " ได้ไปโชว์ฝีมือในต่างประเทศอีกด้วย
Read more ...