แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเมือง แสดงบทความทั้งหมด

ไผ่ ดาวดิน หรือ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา

9 พ.ค. 2562
10 พฤษภาคม 2562

ไผ่ ดาวดิน หรือนายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา  

บัณฑิตย่างวัย 28 จากรั้วมหาวิทยาลัยขอนแก่น นักกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตย เจ้าของรางวัลสิทธิมนุษยชนกวางจูปี 2560 (2017년 광주인권상 수상자/2017年 光州人權賞 受賞者) ผู้ถูกตัดสินจำคุกในฐานความผิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ได้รับการอภัยโทษและปล่อยตัวเช้าวันที่ 10 พ.ค.2562 จากทัณฑสถานพิเศษบำบัดจังหวัดขอนแก่น หรือก่อนกำหนดพ้นโทษจริงเพียง 39 วัน หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำเกือบ 870 วัน

ภายหลังการรัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 ไผ่ต้องถูกคุกคามกับความไม่เป็นธรรมในนามของกฎหมายนับครั้งไม่ถ้วน เช่นการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มกับเพื่อนเพื่อปราศรัย ชูป้ายผ้า หรือเพียงแค่แจกเอกสาร ถูกดำเนินคดีในฐานะก่อความไม่สงบเรียบร้อย ยุยงปลุกปั่น เป็นภัยความมั่นคงของชาติ รวมแล้วไม่น้อยกว่า 6 คดี

22 ธันวาคม 2559 คือวันที่ ไผ่ ดาวดิน ต้องสิ้นอิสรภาพ เพราะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีการแชร์บทความของสำนักข่าวบีบีซีไทยเกี่ยวกับพระราชประวัติรัชกาลที่ 10

ผู้เข้าแจ้งความดำเนินคดี คือ" เสธ.พีท "พ.ท. พิทักษ์พล ชูศรี" หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษ มณฑลทหารบกที่ 23 ซึ่งมีเรื่องอื้อฉาวกรณีแห่ขันหมากสู่ขอลูกสาวเศรษฐีค้าอาหาร ทะเลขอนแก่น ปิดถนนมิตรภาพเหลือ 1 เลน ทำรถติดนับสิบกิโลเมตร

ไผ่ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดชัยภูมิเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2559 ขณะกำลังร่วมขบวนธรรมยาตรา กับพระไพศาล วิสาโล นักสิ่งแสดวดล้อม ซึ่งปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แสดงหมายจับที่ออกโดยศาลจังหวัดขอนแก่น

แม้ว่า ข่าวชิ้นเดียวกันนี้จะมีคนแชร์มากว่า 2,400 แชร์ แสดงความเห็นกว่าพันรายก็ตาม แต่ระบอบอำนาจ คสช.กลับเลือกปฏิบัติ ดำเนินคดีเฉพาะนักกิจกรรมที่ต่อต้านรัฐบาล โดยมีไผ่เป็นรายแรกที่ถูกดำเนินคดี

นอกจากนี้ ไผ่ยังถูกเพิกถอนสิทธิในการประกันตัวจากการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ ซึ่งศาลมองว่าเขามีท่าที "เย้ยหยันอำนาจรัฐ"

ไผ่กล่าวหลังศาลมีคำพิพากษาตัดสินลงโทษจำคุกเขาเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งจำเลยรับสารภาพ และได้ลดโทษครึ่งหนึ่งเหลือ 2 ปี 6 เดือน ว่า “ผมสู้เต็มที่แล้ว ทั้งสู้กับตัวเอง สู้กับทุกอย่าง ก็สู้ได้แค่นี้"

ต้นปี 2560 มูลนิธิ 18 พฤษภารำลึก (5·18기념재단/May 18 Memorial Foundation) ผู้ก่อตั้งรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชน ระลึกเหยื่อที่เสียสละเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองกวางจู เกาหลีใต้ ในปี 1980 ได้ติดตามผลงานและการสืบสานเจตนารมณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของไผ่มาตลอด จึงตัดสินใจมอบรางวัลกวางจูให้แก่ไผ่ ซึ่งเขาเป็นเจ้าของรางวัลที่อายุน้อยที่สุด และเป็นคนไทยคนที่สองที่ได้รับเกียรติสำหรับรางวัลนี้ ต่อจากนักสิทธิมนุษยชนสตรีไทย"อังคณา นีละไพจิตร"ซึ่งเคยได้รับในปี 2006

(ภาพข่าว สงวน คุ้มรุ่งโรจน์)

ที่มา Facebook Sa-nguan Khumrungroj
Read more ...

คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ชุดที่ 5 (พ.ศ.2561-ปัจจุบัน)

24 เม.ย. 2562
ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 บัญญัติไว้ดังนี้

มาตรา 222 คณะกรรมการการเลือกตั้งประกอบด้วยกรรมการจำนวนเจ็ดคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งตามคำแนะนำของวุฒิสภา จากบุคคลดังต่อไปนี้ (1) ผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาการต่างๆ ที่จะยังประโยชน์แก่การบริหารและจัดการการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งได้รับการสรรหาจากคณะกรรมการสรรหา จำนวนห้าคน (2) ผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์และเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีผู้พิพากษา หรือตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีอัยการมาแล้วเป็นเวลา ไม่น้อยกว่าห้าปี ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา จำนวนสองคน ผู้ซึ่งจะได้รับการสรรหาเป็นกรรมการการเลือกตั้งตาม (1) ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 232(2) (3) (4) (5) (6) หรือ (7) หรือเป็นผู้ทำงานหรือเคยทำงานในภาคประชาสังคมมาแล้วเป็นเวลา ไม่น้อยกว่ายี่สิบปี ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการสรรหาประกาศกำหนด

และมาตรา 223 กรรมการการเลือกตั้งมีวาระการดำรงตำแหน่งเจ็ดปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ ทรงแต่งตั้ง และให้ดำรงตำแหน่งได้เพียงวาระเดียว

คณะกรรมการการเลือกตั้งชุดปัจจุบัน มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 และวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2561

1.นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
อดีตอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ

2.ศาสตราจารย์ ดร. สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง (12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
อดีตศาสตราจารย์ระดับ 10 ประจำสาขาเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตั้งแต่เดือน มี.ค.2552

3.นายธวัชชัย เทอดเผ่าไทย กรรมการเลือกตั้ง (12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
อดีตผู้ว่าราชการหลายจังหวัด และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.)

4.นายฉัตรไชย จันทร์พรายศรี กรรมการการเลือกตั้ง (12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

5.นายปกรณ์ มหรรณพ กรรมการการเลือกตั้ง (12 สิงหาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
อดีตผู้พิพากษาศาลฎีกา

6.นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ กรรมการการเลือกตั้ง (4 ธันวาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปี 1 ต.ค.60 – 30 ก.ย.61

7.นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กรรมการการเลือกตั้ง (4 ธันวาคม พ.ศ. 2561 - ปัจจุบัน)
ทนายความ และอดีตที่ปรึกษานายนุรักษ์ มาประณีต ประธานศาลรัฐธรรมนุญ ตั้งแต่ปี 2550
Read more ...

นายธาริต เพ็งดิษฐ์

18 ก.ค. 2553

วุฒิการศึกษา 
นิติศาสตรบัณฑิตวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พ.ศ.2525
เนติบัณฑิต สำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา พ.ศ.2527
นิติศาสตรมหาบัณฑิต จุฬาฯ พ.ศ.2530

ตำแหน่งทางวิชาการ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สาขาวิชานิติศาสตร์ โดยอนุมัติจากทบวงมหาวิทยาลัย พ.ศ. 2532

หน้าที่การงานปัจจุบัน ดำรงจำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

---------------------------
เบื้องลึก‘’ธาริต เพ็งดิษฐ์‘’ ‘’ผมไม่มีบุญคุณต้องทดแทนใคร

โดยฐานเศรษฐกิจ เมื่อ 8 ต.ค. 52

ประมาณกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ จะพ้นจากเก้าอี้เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.)เพื่อไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แทนพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ที่ถูกย้ายไปเป็นรองปลัดกระทรวงยุติธรรม ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 29 กันยายน ที่ผ่านมา

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์ว่า ธาริต เป็นสายตรงพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ธาริต เปิดใจให้สัมภาษณ์ฐานเศรษฐกิจ พร้อมกับท่าทีงุนงง กับเก้าอี้ตัวใหญ่ใน ดีเอสไอว่า ไม่รู้เป็นได้อย่างไร

+ตามที่มีข่าวว่า ท่านเป็นสายตรงพรรคประชาธิปัตย์บ้าง คนของไทยรักไทย ( หรือเพื่อไทยในปัจจุบัน)บ้าง ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร
ไม่จริงครับ ถ้าดูให้ลึกๆ ก่อนผมมาดีเอสไอ ผมช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ทำงานกับน.พ.พรหมินทร์ ( เลิศสุริย์เดช ) อดีตรองนายกรัฐมนตรี ตอนนั้น ต้องการนักกฎหมายจากภาครัฐ จึงขอตัวจากสำนักงานอัยการมาช่วย ผมก็มาช่วยท่าน

หลังจากทำงานกับหมอพรหมินทร์ เสร็จแล้ว ท่านนายกฯ ทักษิณ (ชินวัตร ) และท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งเป็นคู่เขยของท่าน มีความคิดที่จะตั้งดีเอสไอ ก็ให้ผมร่างกฎหมายจัดตั้งดีเอสไอ เห็นไหมตอนนั้น ผมทำในฝ่ายรัฐบาลเสื้อแดงเลยนะ

หลังจัดตั้งดีเอสไอ ท่านสมชาย ตอนนั้นเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นคนตั้งผมเป็นรองอธิบดีดีเอสไอ ในยุคก่อตั้งที่มี พล.ต.ท. นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ เป็นอธิบดี

จากสภาพการณ์ที่เกิดขึ้น มักจะมีคนมองว่าผมเป็นคนของเสื้อแดง แต่ความจริงผมไม่เคยฝักใฝ่ฝ่ายใด ผมทำงานแบบมืออาชีพ จะเห็นได้ว่า พอผมมาทำหน้าที่โฆษกกระทรวงยุติธรรม เรื่องถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผมทำตัวเป็นกลาง และไม่มีใบสั่งจากใครเลย ไม่ใช่ต้องเชียร์เสื้อเหลือง แต่ให้ความเห็นด้านข้อกฎหมายให้สังคมได้รับรู้ว่าที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

อีกอย่างผู้ใหญ่ในรัฐบาลที่ตั้งผมเป็นอธิบดีดีเอสไอ ถามจริงๆเถอะ ท่านจะไม่รู้เลยหรือว่าภูมิหลังผมเป็นอย่างไร ผมคิดว่า ท่านต้องมองที่การทำงานของผมว่าเป็นอย่างไร เป็นข้าราชการฝ่ายประจำ ที่ทำงานแบบมืออาชีพหรือไม่ หรือว่าผมทำงานแบบฝักใฝ่ ถ้าผมมีอาการแบบฝักใฝ่คงไม่เลือกผม ผมต่ออีกว่า ผมทำหน้าที่อย่างไรในคดีสำคัญ ผมทำอย่างตรงไปตรงมา ไม่ได้กลั่นแกล้งใคร

+ มีสัญญาณอะไรบอกล่วงหน้าหรือไม่ว่า จะได้เป็นอธิบดี ดีเอสไอ
มีข่าวลือในหนังสือพิมพ์ มาสัก 2 สัปดาห์ ว่าจะมีการโยกย้ายผมสลับกับท่าน ทวี แล้ว ผมก็ไม่ทราบอะไรเลย และไม่ได้ไปถามผู้ใหญ่ท่านใด จนกระทั่งก่อนที่ ครม. จะมีมติไม่ถึง 12 ชั่วโมงท่านรัฐมนตรี (นายพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค รมว.ยุติธรรม )ก็บอกผม ว่า จะมอบหมายให้ไปทำงานในตำแหน่งอธิบดี ดีเอสไอ

+ ใน ดีเอสไอ มีคดีเงินบริจาคของพรรคประชาธิปัตย์ หนักใจไหมที่ต้องดูแลเรื่องนี้
ผมไม่มีบุญคุณต้องทดแทนใคร ผมไม่หนักใจเรื่องนี้ ผมไม่ได้มาโดยระบบอุปถัมภ์ สิ่งที่ผมต้องทำคือ ทำงานให้ดีที่สุด ตรงไปตรงมา และสร้างความยุติธรรม

+ทำอย่างไรไม่ให้การเมืองแทรกแซงดีเอสไอ และจะล้างภาพลักษณ์นี้อย่างไร
สิ่งที่เป็นข้อเท็จจริง คือ ผมไม่ได้เป็นคนของพรรคใดพรรคหนึ่ง ถ้าไปดูประวัติแท้จริงผมถูกแต่งตั้งให้เป็นอธิบดี ดีเอสไอ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในสมัย ท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขณะนั้นนายกรัฐมนตรีคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาถึงวันนี้ผมได้รับการแต่งตั้งโดย ครม. ชุด ประชาธิปัตย์ (ปชป.) โดยท่านพีระพันธ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรมว.ยุติธรรม ผมจึงไม่ใช่คนของพรรคใดพรรคหนึ่ง ภาพของผมไม่ใช่ภาพที่ติดอยู่กับใครหรือพรรคใด ซึ่งจริงๆก็เป็นเช่นนั้น

ที่สำคัญ ตอนที่ผมถูกเลือกให้เสนอชื่อเป็นอธิบดี ดีเอสไอ ผมยังงงอยู่เลยว่าได้เป็นอธิบดี ดีเอสไอ ได้อย่างไร

+จะใช้เวลาในการจัดระบบการทำงานให้เข้าที่เข้าทางนานแค่ไหน เพื่อปัญหาความขัดแย้งในองค์กร ให้คลี่คลายลง
การที่ผมเข้าไปเป็นอธิบดี ดีเอสไอ ผมเป็นสัญลักษณ์ของพลเรือน คนในดีเอสไอ รู้จักผมดี เพราะผมอยู่มา 4 ปีแล้ว และผมไม่ฝักใฝ่ใคร ผมเชื่อว่า ไม่ว่าผู้บริหารฝ่ายเก่า ฝ่ายใหม่จะคิดว่า คนที่เคยมีอำนาจไม่ต้องถูกล้าง ส่วนคนที่เคยถูกลดบทบาท ก็คิดว่าสามารถทำงานได้ เพราะฉะนั้น โดยธรรมชาติของผมคงเปิดโอกาสให้ผมได้ทำงานเต็มที่ โดยไม่มีใครมาตั้งป้อมกับผม คิดว่าผมจะมาล้างบางใครหรือไม่ เขารู้กิตติศัพท์ผมอยู่แล้วเขาก็ต้องบอกว่า ธาริตไม่ใช่คนแบบนั้น คนที่ไม่ได้ทำงานก็จะมีโอกาสได้ทำงาน ถึงคราวพิสูจน์ที่ผลงาน

ที่มีเสียงวิพากษ์ว่าในดีเอสไอ มีตำรวจมากกว่าพลเรือน ทำให้รู้สึกที่ไม่ดี แต่เมื่อผมมาจากพลเรือน คนน่าจะเปิดโอกาสให้ผมทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ใช่ตั้งป้อมมาแล้วต้องซัดกันอย่างนั้นไม่ใช่แล้ว

+ ตำแหน่งอธิบดีต้องรอโปรดเกล้าฯหรือไม่
ปกติ ต้องรอโปรดเกล้าฯ แต่ทราบว่ากระทรวงจะออกคำสั่งรักษาราชการแทน เพื่อจะได้ทำงานได้ทันที เข้าใจงาน คำสั่งจะออกสัปดาห์หน้า ประมาณ 15 หรือ 20 ตุลาคม นี้ คงต้องไปอยู่ที่ดีเอสไอ

เร็วๆนี้คงได้เห็นการพิสูจน์ ฝีไม้ลายมือ อธิบดีดีเอสไอ คนใหม่
Read more ...