แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักมวย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักมวย แสดงบทความทั้งหมด

Vasyl Lomachenko

23 พ.ย. 2557



โดยวิกิพีเดีย เมื่อ 23 พ.ย.2557

นักมวยสากลอาชีพ ชาวยูเครน

ฉายา ไฮเทค

มีพ่อเป็นโค้ช ตั้งแต่เด็ก ๆ

ใช้วิธีการฝึกซ้อมที่ชาญฉลาด จึงเป็นที่มาของฉายา

ปัจจุบันเป็น แชมป์โลกรุ่น เฟเธอร์เวท WBO

เคยเป็นแชมป์โอลิมปิคปี 2008(รุ่นเฟเธอร์เวท) และ ปี 2012(รุ่นไลต์เวท)

สถิติการชกมวยสากลสมัครเล่น  396-1(แพ้ครั้งเดียว)

เทิร์นโปร ชกเพียง 3 ครั้ง ก็คว้าแชมป์โลก รุ่น เฟเธอร์เวท WBO มาครอบครองได้

โดยเขาเกือบจะทำลายสถิติของแสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ในการชกอาชีพเพียง 2 ครั้ง แล้วคว้าแชมป์โลกได้

แต่เขาทำพลาดไป เนื่องจาก การชกครั้งที่ 2 เขาแพ้คะแนนให้กับ Orlando Salido ทำให้ชวดแชมป์

แต่อย่างไรก็ตามเขาก็เป็นเจ้าของสถิติคว้าแชมป์โลกได้เร็วที่สุด 3 ครั้ง เทียบเท่ากับแสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์ ที่ทำสถิติไว้เมื่อ  15 ก.ค. 2518

โดยการชกครั้งที่ 3 เขาเอาชนะคะแนน Gary Russell, Jr. นักมวยชาวอเมริกัน เมื่อ 21 มิ.ย.2557 ที่ StubHub Center, Carson, California

และป้องกันแชมป์ครั้งแรก ชนะคะแนน ชลธาร อ.พิริยะภิญโญ นักมวยชาวไทย ไปขาดลอย เมื่อ 23 พ.ย.2557 ที่มาเก๊า




Read more ...

Karim Ghajji

23 มี.ค. 2556
เมื่อ 5 ก.พ.2556

นักมวยฝรั่งเศส เชื้อสายโมร็อคโค ผู้เอาชนะน็อค เอกประชา มีนะโยธิน ในรายการชิงชนะเลิศ La Nuit des Titans ที่ประเทศฝรั่งเศส

นอกจากเป็นนักมวยแล้วยังเป็นนักเต้น และเป็นคนมีชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

ประวัติเป็นนักคาราเต้ตั้งแต่เด็ก และเป็นนักคิกบ็อกซิ่ง แต่ไม่ได้ระบุว่าเป็นนักมวยไทย

นักมวยไทยเก่ง ๆ ประมาทไปเจอเขา โดนน็อคเอาง่าย ๆ นะครับ ผมเห็นว่าเขาฝึกจริงจังดี

ช่องในยูทูปของเขา
Read more ...

บัวขาว ป.ประมุข

12 มี.ค. 2555
โดยไทยรัฐ เมื่อ 12 มี.ค.2555

หลัง "ดำดอทคอม" บัวขาว ป.ปะมุข หรือชื่อจริงนายสมบัติ บัญชาเมฆ นักชกวัย 29 ปี เจ้าของตำแหน่งแชมป์ เค-วัน สองสมัย และเจ้าของรางวัลนักกีฬาอาชีพดีเด่นของการกีฬาแห่งประเทศไทย หายตัวไปจากค่ายอย่างลึกลับตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม พร้อมรถยนต์บี เอ็มดับบลิว สร้างความเป็นห่วงแก่คนในครอบครัวและแฟนมวยชาวไทย เกรงว่าจะเป็นอันตราย และยังทิ้งเงินก้อนโตในการโชว์ตัวในรายการต่างๆอย่างไม่แยแส

แต่ล่าสุดวันที่ 12 มี.ค.เวลา 16.30 น. "บัวขาว" ได้โผล่ตัวพร้อมด้วยสายชล ป.ประมุข เทรนเนอร์คู่ใจ ที่มนตรี สตูดิโอ ซอยลาดพร้าว 101 เพื่อเปิดใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น โดยออกมาระบุว่า มีปัญหาด้านจิตใจเล็กน้อย และยังมีอาการบาดเจ็บที่ยังไม่หายดี ทำให้ไม่สามารถที่จะขึ้นชกตามโปรแกรมที่วางไว้ ติดต่อกันหลายไฟล์ได้

ที่สำคัญเกิดความน้อยใจส่วนตัวที่มีต่อ "ธีรพัฒน์ โรจนตัณฑ์" ผู้จัดการ ซึ่งเป็นลูกชายของ "กำนันแก๊" ประมุข โรจนตัณฑ์ หัวหน้าค่าย ป.ประมุข ที่สั่งสมมานานถึง 3 ปี ส่วนเรื่องเงินไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และบอกอย่างชัดเจนว่า ได้ตัดสินใจฉีกสัญญากับค่าย ป.ประมุข แล้ว ช่วงนี้ขอพักผ่อนรักษาอาการบาดเจ็บ ยังตอบไม่ได้ว่าจะขึ้นชกได้ช่วงไหน... เป็นอันว่า "ดำดอทคอม" ได้ออกมาเปิดเผยความอัดอั้นภายในแล้วแต่อาจแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น ต้องติดตามตอนต่อไปกับการตัดสินใจเรื่องอนาคต

ชื่อ-นามสกุล​ : สมบัติ บัญชาเมฆ

ชื่อเล่น : บัติ

ชื่อในวงการ : บัวขาว ป.ประมุข

ฉายา : ดำดอทคอม, แบล็คโกลด์, ไวท์โลตัส

วันเดือนปีเกิด : วันที่ 8 พฤษภาคม 2525

สถานที่เกิด : จังหวัดสุรินทร์ ประเทศไทย

สัญชาติ : ไทย

ส่วนสูง : 174 เซนติเมตร น้ำหนัก : 70 กิโลกรัม

อาชีพ : นักมวยไทย (รุ่น เฟเธอร์เวท, ไลท์เวท, เวลเธอร์เวท)

สถิติการชก : แข่ง 236 ไฟต์ ชนะ 203 ไฟต์ (ชนะน็อก 51 ไฟต์) แพ้ 21 ไฟต์ เสมอ 12 ไฟต์

ประวัติการชกมวยไทย

- บัวขาว เริ่มชีวิตอาชีพนักมวยไทย ตั้งแต่อายุ 8 ขวบ ที่จ.สุรินทร์ ก่อนย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ สังกัดค่าย ป.ประมุข เมื่ออายุ 15 ปี จากนั้น เขาคว้าเข็มขัดแชมป์มวยไทยมาครองได้อย่างมากมาย รวมถึง แชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอร์เวท, แชมป์ประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวท และแชมป์ที่ เวทีสยามอ้อมน้อย อีกครั้ง ในรุ่นไลท์เวท ขณะที่ในปี พ.ศ. 2545 บัวขาว ชนะเลิศมวยไทยมาราธอนโตโยต้า รุ่น 140 ปอนด์ ที่สนามมวยลุมพินี โดยชนะ โคบายาชิ นักชกชาวญี่ปุ่น

- จากนั้น ปี พ.ศ.2547 บัวขาวชนะเลิศ รายการ เค-วัน เวิลด์ แม็กซ์ 2004 ที่ กรุงโตเกียว ญี่ปุ่น โดยชนะ จอห์น เวย์น พาร์ นักมวยไทยชาวออสเตรเลีย, โคะฮิรุยมาคิ และ มาซาโตะ จากญี่ปุ่น และในปีต่อมา บัวขาวเกือบรักษาแชมป์รายการนี้ได้อีกครั้ง โดยแพ้คะแนน แอนดี ซาวเวอร์ จากเนเธอร์แลนด์​ในนัดชิงชนะเลิศ​อย่างน่ากังขา อย่างไรก็ตาม ในปี พ.ศ.2549 เขาได้เข้าชิงฯ เป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน ในรายการนี้ และสามารถเอาชนะ เนียกิ โฮลต์ซเคน จากเนเธอร์แลนด์ ได้สำเร็จ พร้อมคว้าแชมป์​เป็นสมัยที่ 2

- ในปี พ.ศ.2551 บัวขาว แพ้น็อกให้กับ โยชิฮิโร่ ซาโตะ จากญี่ปุ่น โดยแฟนมวยบางส่วนกังขาว่ามีการล้มมวย แต่พิจารณาแล้ว พบว่า บัวขาวแพ้น็อกจริงๆ ด้วยเข่าของ ซาโตะ ทำให้จุกและโดนหมัดฮุกเข้าที่กกหูสลบคาเวที ซึ่งถือเป็นความเสียใจอย่างยิ่งของคนไทยครั้งหนึ่ง

ถัดมา ปี พ.ศ.2552 บัวขาว เข้าแข่งขันรายการ เค-วัน เวิลด์แม็กซ์ โดยสามารถเข้าถึงรอบ 4 คนสุดท้าย แต่ต้องมาแพ้คะแนนให้กับ แอนดี ซาวเวอร์ คู่ปรับเก่าอย่างน่ากังขาอีกหน ทำให้บัวขาวถึงกับออกมาให้สัมภาษณ์ว่า อยากให้กรรมการชี้แจงผลการตัดสิน ซึ่งแฟนมวยเควันต่างก็พากันเห็นใจบัวขาว โดยมีหลักฐานคือ ผลโหวตนักสู้เค-วัน แม็กซ์ ของปีนี้ โดยเขาได้อันดับ 2 เป็นรองเพียง จอร์จิโอ เปโตรเซียน แชมเปียนในปีนั้น

- หลังจากตระเวนแข่งขันอยู่ต่างประเทศหลายปี ในที่สุด บัวขาว มีโอกาสได้โชว์ฝีมือในบ้านเกิดเป็นครั้งแรก ในศึกไทยไฟต์ 2011โดยเขาเป็นฝ่ายชนะน็อก ไมเคิล พิซิเทโล จากฝรั่งเศส ในรอบรอบชนะเลิศ และได้เข้าชิงชนะเลิศ กับ แฟรงค์ จิออร์จี้ จากออสเตรเลีย ณ ลานพระบรมรูปทรงม้า หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ในวันที่ 18 ธ.ค.ปี พ.ศ.2554 และ บัวขาวเป็นฝ่ายเอาชนะคะแนนไปได้ พร้อมกับครองถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รุ่น 70 กก.

เกียรติประวัติและผลงานที่ผ่านมา

- แชมป์เวทีมวยสยามอ้อมน้อย รุ่นเฟเธอร์เวท รุ่น 126 ปอนด์
- แชมป์ประเทศไทย รุ่นเฟเธอร์เวท 126 ปอนด์
- แชมป์ที่ เวทีสยามอ้อมน้อย ในรุ่นไลท์เวท
- แชมป์มวยไทยมาราธอนโตโยต้า รุ่น 140 ปอนด์ ที่สนามมวยลุมพินี พ.ศ. 2545
- แชมป์รายการ มวยเค-วัน เวิลด์ แม็กซ์ 2004 (พ.ศ.2547)และ 2006 (พ.ศ.2549) ที่ประเทศญี่ปุ่น
- แชมป์ S1 ซุปเปอร์เวลเธอร์เวท เวิลด์ แชมเปียน
- แชมป์WMC มิดเดิลเวท แชมเปียน
- แชมป์มวยไทยไฟต์ 2011 (พ.ศ.2554) รุ่น 70 กก.
Read more ...

หนึ่งเทพ อีมิเน้นท์แอร์

29 มี.ค. 2554
เมื่อ 29 มี.ค.2554

หนึ่งเทพ อิมิเน้นท์แอร์

เป็นนักชกจาก ราชบุรี ฝีมือเชิงชกจัดจ้าน เหลี่ยมมวยเหลือร้าย ลูกเข่าแหลม หนักหน่วง

ประวัติการชก 

เมื่อ 11 ก.ค.2553 ชนะน็อค ยก 3 กิ่งซาง มาโนโปรวิต ที่เวทีมวยช่อง 7 (แทงเข่าซ้ายเข้าชายโครงขวา)

เมื่อ 5 ธ.ค.2553 ชนะคะแนนพนมรุ้งเล็ก เกียรติหมู่ 9 ที่เวทีมวยลุมพินี

เมื่อ 23 ม.ค.2554 ชนะคะแนน วีระชัย ว.วิวัฒนานนท์ ที่เวทีมวยช่อง 7

เมื่อ 15 ก.พ.2554 แพ้คะแนน เพชรพนมรุ้ง ส.ธรรมรังสี ที่เวทีมวยลุมพินี

เมื่อ 29 มี.ค.2554 ชนะคะแนน พนมรุ้งเล็ก เกีียรติหมู่ 9 ที่เวทีลุมพินี
Read more ...

ผุดผาดน้อย วรวุฒิ

10 ก.พ. 2554
ผุดผาดน้อย วรวุฒิ มีชื่อจริงว่า ผ่อน ออนกิ่งเพชร เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2494 ที่จังหวัดขอนแก่น มีชื่อเล่นว่า "หมู" การศึกษาจบ ป.3 ที่ขอนแก่น แล้วจึงเดินทางมาเรียนต่อที่กรุงเทพจนจบ ม.3 จากนั้นเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยเอเชีย อยู่ 3 ปี แต่ไม่จบ

ในระหว่างชกมวยไทย ได้ปะทะกับฝีมือกับยอดนักมวยไทยชื่อดังต่าง ๆ มากมาย ทั้ง วิชาญน้อย พรทวี, แสนศักดิ์ เมืองสุรินทร์, วิสันต์ ไกรเกรียงยุค, พุฒ ล้อเหล็ก, อภิเดช ศิษย์หิรัญเป็นต้น แม้ร่างกายจะเสียเปรียบเพราะมีรูปร่างเล็ก แต่เป็นนักมวยที่เชิงดี แต่มีลูกเตะเป็นอาวุธหลัก โดยเฉพาะแข้งซ้าย จึงทำได้รับฉายาว่า "ไอ้หมูแข้งทอง" ทำสถิติขึ้นชกทั้งหมด 100 กว่าครั้ง เป็นแชมป์ 3 รุ่น คือ ฟลายเวท, จูเนียร์เฟเธอร์เวท และจูเนียร์ไลท์เวท ของเวทีลุมพินี

หลังแขวนนวมชื่อของผุดผาดน้อย วรวุฒิ ได้ถูกบรรจุชื่อในหอเกียรติยศของเวทีมวยราชดำเนิน เมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2527 ด้วย

ซึ่งประกอบด้วย
ผล พระประแดง
สุข ปราสาทหินพิมาย
ชูชัย พระขรรค์ชัย
ประยุทธ์ อุดมศักดิ์
อดุลย์ ศรีโสธร
อภิเดช ศิษย์หิรัญ
วิชาญน้อย พรทวี
พุฒ ล้อเหล็ก
ผุดผาดน้อย วรวุฒิ
ดีเซลน้อย ช.ธนะสุกาญจน์

ต่อมา มิสเตอร์แตงโม ได้ทำเพลงขึ้นมาเพลงหนึ่ง มีเนื้อหายกย่องผุดผาดน้อย ชื่อเพลง หมูแข้งทอง มีสไตล์การร้องเร็วแบบแร็พ ซึ่งว่ากันว่าเป็นเพลงแร็พเพลงแรกของไทยด้วย

ปัจจุบัน ผุดผาดน้อยเป็นเทรนเนอร์ฝึกสอนมวยไทยอยู่ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส นับเป็นคนไทยที่มีชื่อเสียงมากคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในประเทศฝรั่งเศส ชีวิตส่วนตัวเป็นเพื่อนสนิทกับ ชัชชัย พหลแพทย์ อดีตโค้ชฟุตบอลทีมชาติไทย
Read more ...

โจ สิงห์สังเวียน

13 ม.ค. 2554
โจ สิงห์สังเวียน 

ผลงานของ อาซาโอะ ทากาโมริ และเท็ตสึยะ จิบะ

อะชิตะ โนะ โจ ตีพิมพ์ระหว่างปี 1968 - 1973 ในนิตยสารการ์ตูนรายสัปดาห์ โชเน็น แม็กกาซีน และกลายเป็นมังงะขวัญใจของทั้งผู้อ่าน และนักวิจารณ์ เป็นหนึ่งในผลงานระดับตำนานของวงการมังงะญี่ปุ่น และยิ่งได้รับความนิยมขึ้นไปอีก เมื่อเรื่องราวได้ถูกดัดแปลงเป็นการ์ตูนอนิเมะ

ถึงตอนนี้ โจ ยาบูกิ ได้กลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของประเทศ ขวัญใจชาวญี่ปุ่นในแบบเดียวกับที่ ร็อคกี้ เป็นในอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนจบที่สุดสะเทือนใจ กลายเป็นพาดหัวข่าว ที่ใครๆ ก็พูดถึงกันทั้งบ้านทั้งบ้านเมืองในยุค 70s และยังมีการกล่าวถึงฉากที่ว่านี้กันอยู่จนถึงปัจจุบัน
Read more ...

‘ครูยอดธง‘ รับมอบ ปริญญานอกรั้วมหาวิทยาลัย คนแรกของโลก

29 ธ.ค. 2552
จาก พัทยาเดลีนิวส์

ดร.ยอดธง ‘ครูตุ้ย‘ 1 ในปูชนียบุคคล ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ นอกรั้วมหาวิทยาลัย คนแรกของโลก ที่สร้างชื่อเสียงกับประเทศไทย และ ยังเป็นผู้นำชุมชน เจ้าของสะโรแกรน "ปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้กลุ้ม"

ครูตุ้ย - ยอดธง เสนานันท์ หรือ ยอดธง ศรีวราลักษณ์ อายุ 71 ปี ครูมวยชื่อดัง

 ถือเป็นบุคคล ที่ชาวบ้านและสังคมให้การเคารพเชิดชู ทั้งในด้านการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี และวัฒนธรรมไทย ตลอดจนได้ตั้งปณิธานอันแน่วแน่ ด้วยการอุทิศตนช่วยเหลือสังคมโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และ การมีน้ำใจอันประเสริฐ ให้กับสังคมและชาวบ้านทั่วไป โดยยึดแบบปิดทองหลังพระ จนได้รับแต่งตั้งจากราชการ ให้เป็น " ผู้ทรงคุณวุฒิ ของ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และยังมีตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิ กรรมการ และ ที่ปรึกษา ของหน่วยงาน ภาครัฐ และ เอกชน อีกกว่า 30 ตำแหน่ง ซึ่งตำแหน่งที่ได้รับมิได้พึงปรารถนาเพราะส่วนตัวไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง แต่ก็ต้องรับไว้เพราะทุกฝ่ายวิงวอนเพื่อต้องการให้เป็นเกียรติประวัติของหน่วยงาน และเป็นบุคคลที่สามารถตัดสินปัญหาโดยเป็นธรรม

สำหรับประวัติ ครูยอดธง ศรีวราลักษณ์ หรือเสนานันท์ เกิดที่ อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 28 ส.ค. 2480 ปีฉลู ชื่นชอบกีฬาชกมวยมาตั้งแต่เด็กรวมถึงกีฬาทุกประเภทที่เป็นการตู่สู้ไม่ว่าจะเป็นปลากัด ไก่ชน แต่ไม่เคยนำศิลปะมวยไทยมารังแกผู้ด้อยโอกาสกว่า ถ้าย้อนอดีต เมื่อจบ ป.4 ได้ย้ายมาอยู่กับพี่สาวที่นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ในช่วงที่เป็นเด็กไม่ว่าจะมีการจัดแข่งขันชกมวยที่ไหน ก็จะตามไปดูทุกที่ จนคันไม้คันมืออยากจะขึ้นชกแต่ก็ชกไม่ได้เพราะยังเด็ก จนอายุ15 ปีก็ไปฝึกมวยกับ สิทธิเดช สมานฉันท์ ซึ่งถือว่าเป็นครูมวยคนแรก และตั้งมงคลนามในการชกมวยเป็นครั้งแรกว่า เอราวัณ เดชประสิทธิ์ ส่วนชื่อ ยอดธง เสนานันท์ ได้มาจากครูมวยคนที่ 5 สุวรรณ เสนานันท์ เป็นคนตั้งให้ และใช้ชื่อนี้เรื่อยมาตลอดการชกกว่า 50 ไฟล์ จนกระทั่งแขวนนวม

เวลาผ่านไป 25 ปี ยอดธง เสนานันท์ ตัดสินใจหนีกลิ่นสาบนวมไปเปิดร้านตัดผมที่มาบตาพุด จังหวัดระยอง ในที่สุดก็ไม่สามารถทนกลิ่นสาปนวมไม่ไหวจึงได้หวนกลับมาตั้งค่ายมวยขึ้นมาใช้ชื่อว่า "ค่ายมวยศิษย์ยอดธง"ที่มาบตาพุด ระยอง โดยเริ่มจากค่ายเล็กๆ มีแค่เสาแขวนกระสอบทรายอยู่เพียงเสาเดียว มีเด็กนักมวยในค่ายแค่ 4-5 คน จากนั้นเริ่มส่งนักมวยขึ้นชกตามงานต่างๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ค่าตัวก็ขึ้นชก เพราะความอยากชกของนักมวยเนื่องจากซ้อมมาอย่างเต็มที่ จากนั้นก็มีนักมวยในค่ายเพิ่มมากขึ้น และส่งชกตามเวทีต่างๆทั่วภาคตะวันออก จนทำให้ค่ายมวยศิษย์ยอดธงมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักไปทั่วภาคตะวันออก และได้รับการติดต่อให้ไปชกต่างประเทศหลายครั้ง แต่แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็เกือบจบลง เพราะมีสาเหตุมาจากในวันหนึ่งที่ครูตุ๊ยพานักมวยออกไปชกต่างจังหวัด และในระหว่างทางที่กำลังจะเดินทางกลับ ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุรถพลิกคว่ำ ซึ่งครูตุ๊ยเป็นคนขับทำให้นักมวยเสียชีวิตไป 1 คน ส่วนผู้ปกครองพิการ จนทำให้ครูตุ๊ยเสียใจมาก จนเกิดความท้อแท้ และเลิกค่ายมวยที่มาบตาพุด ส่วนนักมวยที่เหลืออยู่ก็นำไปฝากไว้กับค่ายอื่น

ครูตุ้ย เล่าให้ฟังว่า หลังจากถอดนวม วางมือ เหือดหายมาจากวงการมวยพอสมควร เพราะชาวญี่ปุ่นกลุ่มหนึ่งนำโดย โอซามู โนกูจิ ได้พยายามที่จะให้ชาวโลกเข้าใจว่ากีฬามวยไทย จริงๆแล้วมีต้นกำเนิดมาจากกีฬาคิก บ๊อกซิ่ง ของญี่ปุ่น เมื่อเป็นดังนั้น ด้วยใจและสายเลือดรักมวยไทย เกิดความโกรธและปฏิญาณตนว่า "ข้า...จะเทิดทูนศิลปะมวยไทยด้วยจิต และวิญญาณของข้า เพราะมวยไทยเป็นวัฒนธรรมมรดกของชาติส่วนหนึ่ง และเป็นมรดกโลก ที่กอบกู้ใช้ชาติและแผ่นดินไทยเป็นเอกราชย์มาตราบถึงวันนี้" เรื่องนี้ข้าฯจะยอมไม่ได้ เพราะกีฬามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของชนชาติไทย ที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษ

ต่อมา โอซามู โนกูจิ ยกทัพคิกบ็อกซิ่งมาจากประเทศญี่ปุ่น เพื่อชกกับมวยไทยในแผ่นดินไทย เมื่อวันจันทร์ที่ 16 ตุลาคม 2515 ครูตุ๊ยจึงอาสานำทัพมวยไทยออกสู้ศึกในครั้งนี้ และสามารถปราบนักมวย คิกบ็อกซิ่งลงได้อย่างราบคาบ หลังจากนั้นรัฐบาลไทยภายใต้การนำของจอมพลถนอม กิตติขจร จึงได้มีคำสั่งเนรเทศโอซามู โนกูจิ ออกจากประเทศภายใน 24 ชั่วโมง ในฐานะที่เป็นบุคคลไม่พึงปรารถนาของประเทศชาติ และหลังจากที่โอซามู กลับถึงญี่ปุ่น ทางการญี่ปุ่นก็มีคำสั่งห้ามโอซามู โนกูจิ ยุ่งเกี่ยวกับวงการมวยอีกต่อไป เนื่องจากสร้างความเสื่อมเสียชื่อเสียงแก่ประเทศ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอาจจะเรียกได้ว่า หากวันนั้นไม่ตัดสินที่จะกอบกู้ศักดิ์ศรีของความเป็นไทย ศิลปะมวยไทย ก็ไม่แน่ว่าในปัจจุบันกีฬามวยไทยอาจจะถูกครอบงำ หรือกลืนหายไปแล้วก็เป็นได้

ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา "ครูตุ้ย" ถูกยอมรับให้เป็นปรมาจารย์มวยคู่บารมีศึกวันทรงชัย สร้างมวยชื่อดังหลายคน อาทิ ดาวธง ศิษย์ยอดธง, สามารถ พยัคฆ์อรุณ, ก้องธรณี พยัคฆ์อรุณ, และ ฉัตรชัย ไผ่สีทอง นอกจากนี้ยังมีนักมวยไทยที่ผันตัวเองไปต่อยมวยสากลจนได้แชมป์โลก คือ สามารถ พยัคฆ์อรุณ ที่คว้าแชมป์สภามวยโลก รุ่น 112 ปอนด์ ระยะหลังมี ยอดสนั่น สามเค แบตเตอรี่ ยอดดำรง สิงห์วังชา ปัจจุบันได้มอบบ้านให้เป็นมูลนิธิมวยไทย ทั้งนี้มี รามอน เด็คเกอร์ นักมวยไทยชาวต่างชาติ เจ้าของฉายาไอ้กังหันนรก นำลูกเมียมาเรียนมวยไทยด้วย นอกจากนี้ครูตุ้ย ยังได้รางวัลผู้สืบสานศิลปวัฒนธรรมไทยดีเด่น ได้รับรางวัล ครูมวยดีเด่น คนแรกของประเทศไทย และหนึ่งเดียวในโลก จาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อ 2534 และ ล่าสุดปี 2550 รับปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชามวยไทยศึกษา

ด้วยความเสียสละ และเป็นผู้ให้โดยไม่หวัง สิ่งตอบแทนทำให้บุญพา วาสนาส่ง ครูตุ้ย ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 และแจ๊กพอต งวดประจำวันที่ 1 พ.ย. 2548 ได้เงินรางวัลรวมกว่า 56 ล้านบาท แยกเป็นลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จำนวน 10 คู่ เป็นเงิน 40 ล้านบาท และแจ๊กพอตชุดที่ 52 เป็นเงิน 16 ล้านบาท โดยเงินที่ได้มา ครูตุ้ย เอ่ยว่า " เงินทองเป็นของนอกกาย ตายไปก็เอาไปไม่ได้ซักบาท เกิดมา ต้องตาย โลภไป ทำไม " จึงนำเงินแจกจ่ายให้กับลูกศิษย์ ครูมวยในค่ายที่อาศัยอยู่ด้วยกัน โดยจะแบ่งให้คนละ 1 ล้านบาท นอกจากนี้จะนำเงินที่เหลือไปก่อตั้งมูลนิธิค่ายมวยศิษย์ยอดธงนานาชาติ และ ยังมอบเงินกว่า 20 ล้าน ให้กับหน่วยงานราชการ วัด และ ชาวบ้านที่ความยากจน อีกด้วย

ค่ายมวยศิษย์ยอดธง ตั้งอยู่เลขที่ 36/7 หมู่ 6 ตำบลหนอปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยปัจจุบัน "ครูตุ้ย" จัดตั้ง มูลนิธิค่ายมวยศิษย์ยอดธงนานาชาติ รับเลี้ยงเด็กนักมวย อายุตั้งแต่ 8 ขวบ เอามาฝึกมวยและเรียนหนังสือ มี รถรับส่ง กินอยู่ในค่ายมวยเสร็จ ใครอยากจะเป็นครูมวยก็จะฝึกให้ และ ปัจจุบัน มีพ่อแม่ ที่แบกภาระทางครอบครัวไม่ไหว ส่งลูกมาอยู่กับครูตุ้ย เพื่อ เรียนหนังสือ และ เรียกวิชามวย ในมูลนิธิค่ายมวยกว่า 50 ชีวิต และ นอกเหนือจากวงการแวดวงมวยไทย ด้านสังคม ครูตุ้ย ยังช่วยเหลืองานทุกระดับ ไม่ว่าเป็นชาวต่างชาติหรือคนไทย เมื่อมีปัญหาไม่ได้รับความสะดวก ก็จะดำเนินการให้ ถ้าสิ่งนั้นไม่ใช่สิ่งผิดกฎหมาย อีกทั้ง "ครูตุ้ย" ยังลงพื้นที่ในแต่ละชุมชน เพื่อรู้ความเป็นอยู่ของประชาชน หากพื้นที่ใดลำบาก ก็จะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จนเป็นที่รักของชาวบ้านทั่วไป อีกทั้งทางราชการจึงแต่งตั้งให้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ของอำเภอบางละมุง จ.ชลบุรี

สำหรับการเป็นแบบอย่าง เพื่อให้อนุชนรุ่นหลัง ได้ปฏิบัติตาม และ นำไปใช้ในชีวิตประจำวัน "ครูตุ้ย" ซึ่ง มีคติประจำใจ คือ "เกิดมาต้องตาย โลภไปทำไม" ควบคู่กับ คุณธรรม "บุญคุณ ต้องทดแทน แค้นต้องอภัย" โดยครูตุ้ย ใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ติดดินทั่วไป โดยวางตัวอยู่ในทุกระดับชั้น ชอบช่วยเหลือองค์กรทุกโอกาส โดยไม่เลือกชั้นวรรณะ พร้อมทั้งยังเป็น ผู้ให้คำปรึกษา ทุกเรื่อง กับผู้ตกทุกข์ โดยใช้ประสบการณ์จากชีวิตที่ผ่านมา เป็นแนวทางในการแก้ไข

สำหรับ ชาวบ้าน ในพื้นที่ อ.บางละมุง เมืองพัทยา และ ในพื้นที่ใกล้ ต่างยอมรับ และ ชื่นชม "ครูตุ้ย" เนื่องจาก เป็นบุคคล ซึ่งได้อุทิศตัวต่อสังคมอย่างแท้จริงมาโดยตลอด โดยเฉพาะได้จัดตั้ง มูลนิธิมวยไทย ทำให้ ลูก หลาน และ ผู้ด้อยโอกาส ได้เรียนรู้ และ มีการศึกษา พร้อมทั้งยัง สั่งสอนให้คนเป็นคนดี ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด และการ ปลูกฝังให้ รักและสืบสวนในวัฒนธรรมของไทย โดยเฉพาะ วิชามวยไทย ซึ่งเป็นมรดกของไทยมาแต่ช้านาน ไม่ให้เลือนหายไปจาก ประเทศไทย

นอกจากนี้ ครูตุ้ย ยังสร้างความประทับใจ ให้กับ คนเมืองพัทยา โดยลั่นวาจาไว้ว่า ถ้าสิ้นลมหายใจเมื่อใดยังไม่ให้ฝังและเผาร่างของตัวเอง โดยให้บรรจุไว้ในสุสานซึ่งเป็นที่อยู่ปัจุบัน พร้อมกับลั่นว่าว่าก็จะมอบที่ดินประมาณ 2 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างมูลค่ากว่า 20 ล้าน ให้เป็นสาธารณะประโยชน์ต่อแผ่นดินเกิด เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะมวยไทยให้อนุชนรุ่นหลังให้สืบทอดต่อไป เมื่อตัวเองสิ้นลมหาย

ในที่สุดแล้วสังคมได้ให้ขวัญและกำลังใจจากหลายองค์กรได้มอบปริญญานอกรั้วมหาวิทยาลัย "ปริญญาปรัญาดุษฏีบัณฑิตกิตติศักดิ์ สาขาวิชามวยไทยศึกษา คนแรกของประเทศ และคนแรกโลก" จากสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธุ์ พ.ศ. 2551 ณ สวนอัมพร กทม. และยังได้รับรางวัลชีวิตอีกรางวัลหนึ่งจากสำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ได้เสนอยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นครูมวยไทยดีเด่น ปี 2533 โดย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โปรดเกล้าให้เข้าเฝ้ารับโล่พระราชทานครูมวยไทยดีเด่นแห่งชาติ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2534 ณ วังสวนจิตรลดา กทม. ซึ่งเป็นรางวัลที่ "ครูตุ้ย" ภาคภูมิใจมากสุดในชีวิต
Read more ...