แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักแสดง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักแสดง แสดงบทความทั้งหมด

PORNALDO จอมถล่มประตูแห่งวงการหนังโป๊ญี่ปุ่น ลั่นจะทำงานจนอายุ 100 ปี!

12 พ.ค. 2558


โดยข่าวสด เมื่อ 12 พ.ค.2558

จากรายงานของเอเอฟพี "ชิมิเคน" ราชาหนังโป๊ของญี่ปุ่นฮีโร่ของกลุ่มคนติดหนังโป๊ ชายผู้ต้องแบกรับภาระการบำบัดราคะของชาติยังคงดูกระชุ่มกระชวยพร้อมที่จะกระซวกประตูอยู่เสมอ ตามฉายาที่ผู้กำกับรายหนึ่งมอบให้กับเขาว่า "คริสเตียโน่ โรนัลโด้ แห่งสังเวียนเซ็กซ์" จากลีลาอันร้อนแรงบนเตียงของเขา แม้ว่าวันนี้เขาจะอยู่ในวัย 35 ปีแล้วก็ตาม

ชิมิเคน หรือชื่อจริงว่า เคน ชิมิซึ ซึ่งเชื่อกันว่าได้ร่วมหลับนอนกับผู้หญิงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 8 พันราย ในหนังกว่า 7,500 เรื่อง ได้ตกเป็นข่าวเมื่อไม่นานมานี้หลังออกมากล่าวว่าวงการหนังโป๊ญี่ปุ่นจำเป็นต้องมีนักแสดงหน้าใหม่เข้ามาเสริมกำลัง โดยได้ทวีตข้อความออกไปว่าปัจจุบันมีเสือเบงกอลมากเสียยิ่งกว่านักแสดงหนังโป๊ชายในญี่ปุ่น

"มันเป็นงานที่ยากครับแต่มันต้องมีใครสักคนมาทำหน้าที่นี้" ดาราหนุ่มให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี "เราไม่ต่างจากสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์... ตอนนี้มีนักแสดงชายอยู่เพียง 70 คน ขณะที่นักแสดงหญิงมีมากกว่า 10,000 คน"

ข้อความของเขาถูกนำไปทวีตต่ออีกอย่างล้นหลาม โดยแฟนๆ ที่กลัวว่าธุรกิจหนังโป๊ของญี่ปุ่นที่มีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านดอลลาร์ (ราว 6.6 แสนล้านบาท) อาจตกอยู่ในอันตราย

"พวกเราถูกพบได้ยากมากขึ้น ไม่ต่างไปจากแพนด้า ... มันจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเบื่อที่จะต้องดูนักแสดงรายเดิมๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด" นักแสดงหนังผู้ใหญ่ชั้นนำกล่าว

เขายังคงยืนยันว่า ตนสามารถที่จะยืนหยัดในวงการได้ต่อไป แม้จะต้องทำการบันทึกหนังโป๊วันละ 2-3 เรื่องโดยเฉลี่ย

"ปกติผมจะนอนกับผู้หญิง 2-3 คน ในแต่ละวัน ผมต้องมีเซ็กส์ประมาณวันละ 2 ชั่วโมง ... มันเป็นงานในฝันของผม ... ผมทำงานนี้มาตั้งแต่อายุ 17 ปี และไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย"

"มันเจ๋งกว่าการนั่งทำงานในสำนักงานเยอะ" นักแสดงซึ่งเล่นเพาะกายในยามว่างกล่าว "ผมจะทำงานนี้ไปจนถึงอายุครบ 100 ปีนู่นแหละ"

ชิมิเคนมีรูปแบบการทานอาหารที่เข้มงวด ในกระเป๋าของเขามีโปรตีนแท่ง, อกไก่ และไข่ต้ม รวมทั้งวิตามินเสริมจากกวางญี่ปุ่น และดื่มสารสกัดจากงูเพื่อเสริมสมรรถภาพ โดยไม่ต้องใช้ไวอากร้า

เขากล่าวว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้ไม่มีนักแสดงหน้าใหม่เข้ามา เนื่องจากว่ากลัวที่จะถูกจับได้หรือโดนล้อเลียน โดยเฉพาะปัจจุบันที่มีการใช้โซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย และอีกปัจจัยคือการกลัวที่จะถูกนำไปเปรียบเทียบกับนักแสดงรายอื่น

ขณะที่คนในวงการบางส่วนโทษว่ากระแสสังคมที่กำลังนิยม "ผู้ชายกินหญ้า" (Herbivore men) ซึ่งละทิ้งเรื่องเซ็กซ์และลักษณะความเป็นชายแบบดั้งเดิม แล้วทำตัวติ๋มๆ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการแข่งขันทางสังคมแทน

"สภาพจิตใจ ผู้ชายกำลังอ่อนแอลง" 

นักแสดงหญิง ยูโกะ ชิรากิ กล่าว 

"พวกเขาเหลือความเป็นชายน้อยลง และไม่ค่อยกล้าแสดงออกเชิงรุกในเรื่องเซ็กซ์"

โทฮิโระ ผู้กำกับดัง เห็นด้วยว่า

ผู้ชายญี่ปุ่นปัจจุบันมีความอ่อนโยนนุ่มนิ่มมากขึ้น 

"ผมอยู่ในธุรกิจนี้มา 27 ปี คุณมองเห็นได้ชัดเลยว่าพวกผู้ชายกินพืชนี่มันเพิ่มขึ้นมากทีเดียว  

ผู้ชายเดี๋ยวนี้ขาดความกระหาย ไม่มีความปรารถนาอะไร พวกเขามีทุกอย่างที่ตัวเองต้องการแล้ว"

"ความแข็งแกร่งของสภาพจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ" ผู้กำกับฯ กล่าว 

"นักแสดงจะต้องตกอยู่ภายใต้สภาพกดดันอย่างหนัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณมัวคิดถึงแต่ความกดดันมันก็จบ"

"การร่วมเพศมันยากนะ เหมือนกับฟุตบอลนั่นแหละ คุณไม่มีทางเห็นนักฟุตบอลที่ทำได้อย่างเมสซี่ หรือโรนัลโด้ เป็นร้อยๆ คนหรอกจริงมั้ย มีแต่เมสซี่ หรือโรนัลโด้เท่านั้นที่ทำได้ในแบบฉบับของตัวเอง"
Read more ...

Keni Styles

8 ก.พ. 2554
พระเอกหนังโป๊ สายเลือดไทย
Read more ...

ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ

22 ส.ค. 2552
ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ (เกิด 28 ธันวาคม พ.ศ. 2515 ที่อุทัยธานี) ชื่อเล่น ต๊อก

เป็นนักแสดงภาพยนตร์ และละครเวที เคยรับบทนำจากบท แผน จากภาพยนตร์ มนต์รักทรานซิสเตอร์ (2544) ของเป็นเอก รัตนเรือง และ ขุนกระบี่ ผีระบาด (2547) ก่อนหน้านั้น เคยมีบทประกอบเด่นเป็น ปุ๊ ระเบิดขวด จาก 2499 อันธพาลครองเมือง (2540) ของนนทรีย์ นิมิบุตร และ เสือมเหศวร จาก ฟ้าทะลายโจร ของ วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง

ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ จบการศึกษาจากระดับชั้นมัธยมศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ พระนคร และระดับชั้นอุดมศึกษาจาก มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เริ่มงานจากการเป็นนักเต้นให้กับนักร้อง เจตริน วรรธนะสิน ถ่ายโฆษณา และมิวสิกวิดีโอ เคยร้องเพลงประกอบภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น มนต์รักทรานซิสเตอร์, โกลคลับ ปัจจุบันก็ทำงานเพลง แต่ยังไม่มีผลงานวางจำหน่าย

ชื่อ - สกุล : ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ

ชื่อเล่น : ไก่ต๊อก

วันเกิด : 28/12/2515

สถานะ : โสด

อายุ : 37 ปี

ส่วนสูง : 175 ซม.

น้ำหนัก : 64 กก

การศึกษา : ปริญญาตรีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

งานอดิเรก : อ่านหนังสือ, เขียนกลอน, กีฬา

สิ่งที่ชื่นชอบ : หนังโปรด หนังอิหร่านเรื่อง Children of Heaven

หนังสือโปรด : ชีวิตต้องสู้

กีฬาที่ชอบ : ฟุตบอล, จักรยาน

ศิลปินที่ชอบ : ครูสุรพล สมบัติเจริญ

เพลงโปรด : เราสู้

นิสัยส่วนตัว จริงใจ

คติประจำใจ : ใช้จ่าย เป็นอยู่อย่างประหยัด ซื่อสัตย์อย่างฟุ่มเฟือย.

ของสะสม : หมวก รูปถ่าย

เสป็ก : สดใส, ใจจริง

ที่อยู่ : บริษัท ไฟว์สตาร์ โปรดักชั่น จำกัด
Read more ...

Stephen Chow โจวซิงฉือ

10 มิ.ย. 2552

โจวซิงฉือ เกิดเมื่อ 22 มิถุนายน ปี 1962 เป็นลูกชายคนเดียวของครอบครัว มีพี่สาวหนึ่งคน และน้องสาวสองคน ถึงแม้ว่าเค้าจะเกิดที่ฮ่องกง แต่พื้นแพครอบครัวเป็นคนเซี่ยงไฮ้ หลังจากจบมัถยมในปี 1982 โจวซิงฉือสมัครเข้าทำงานในบริษัท TVB แต่ถูกปฏิเสธ แต่ได้รับคำแนะนำจากเพื่อนให้โจวซิงฉือไปสมัครเข้าเป็นนักเรียนการแสดงของ TVB ที่กำลังประกาศรับสมัครขณะนั้นแทน

หลังจากผ่านไปหนึ่งปี โจวซิงฉือได้เซ็นสัญญากับบริษัทและเริ่มต้นงานแสดง ในรายการทีวีสำหรับเด็กชื่อ "430 Space Shuttle" ที่เค้าได้เป็นพิธีกรถึง 4 ปีคู่กับ เหลียงเฉาเหว่ย รายการประสบความสำเร็จ สร้างชื่อเสียงให้กับโจวซิงฉือเป็นอย่างมาก และถือเป็นการกรุยทางสู้เส้นทางการแสดงของเค้า

ในปี 1987 โจวซิงฉือได้เล่นหนังทีวีเป็นครั้งแรกในเรื่อง The Price Of Growing Up ในบทตัวประกอบของว่านจื่อเหลียง

ในปีเดียวกันนี้ โจวซิงฉือได้แสดงภาพยนตร์เป็นครั้งแรกในหนังที่แสดงนำและกำกับโดย หลี่ซิวเสียน Final Justice โจวซิงฉือได้รับรางวัลม้าทองคำดาราสมทบยอดเยี่ยมจากบทในเรื่องนี้ ส่วนรางวัลที่ฮ่องกงได้เสนอชื่อเข้าชิงสาขาดาราหน้าใหม่ และดาราสมทบชาย

ปีถัดมาโจวซิงฉือได้รับงานแสดงที่หลากหลายขึ้น สำหรับหนังใหญ่ ก็ได้แก่ Just Heroes หนังที่กำกับโดยจอห์น วู เป็นงานที่ทำออกมาเพื่อคารวะจางเชอะ, Unmatchable match, Thunder cops 2 และ Dragon Fight นอกจากนั้นยังมีโอกาศได้เล่นบทตลกเป็นครั้งแรก ในหนังเรื่อง Faithfully Yours ร่วมกับจางเซียะโหย่ว ส่วนหนังทีวี โจวซิงฉือได้รับบทนำในหนังกำลังภายในเรื่อง Final Combat ซึ่งมีอู๋จวินอวี้ร่วมแสดง รวมถึงได้ร่วมงานกับอู๋ม่งต๊ะเป็นครั้งแรกด้วย

จนกระทั่ง ในปี 1990 โจวซิงฉือจึงได้ก้าวเป็นซุปเปอร์สตาร์อย่างแท้จริงกับ หนังพนันที่ทำออกมาล้อเลียนคนตัดคน ในชื่อว่า คนตัดเซียน(All for the Winner) นอกจากนั้น โจวซิงฉือยังมีงานหนังออกมาถึงอีก 7 เรื่องในปีนี้ ได้แก่ My Hero, Look Out, Officer!, Legend Of The Dragon, When Fortune Smiles, Love Is Love และหนังตลกตำรวจคู่หูกับจางเซียะโหย่ว Curry & Pepper

ปี 1991 โจวซิงฉือยังคงโกยเงินต่อไปใน Fight Back To School (คนเล็กนักเรียนโต) หนังเกี่ยวกับ ตำรวจที่ปลอมตัวเป็นนักเรียน เข้าไปสืบคดี หนังทำลายสถิติทำเงินสูงสุดในฮ่องกงขณะนั้นไปได้ หนังยังมีภาคต่อตามมาอีกสองภาคในปี 1993

นอกจากนั้นในปี 1991 โจวซิงฉือยังมีหนังกังฟูออกมาเป็นครั้งแรก Fist of Fury '91 ที่ตั้งชื่อตามหนังคลาสสิคของ บรูซ ลี และเนื่องจากช่วงปี 92 - 94 หนังกำลังภายใน กังฟู มาแรงสุดๆ จากความดังของหลี่เหลียงเจี๋ยทำให ้โจวซิงฉือต้องเล่นหนังแนวหลายเรื่อง ด้วยเช่นกัน แต่หนังกังฟูของโจวซิงฉือ ก็มีเอกลักษณ์อยู่ที่ความตลกตามสไตล์ ช่วยสร้างให้หนังของเค้าแตกต่างไปจากหนังแนวเดียวกันนี้ของคนอื่น หนังกังฟูเรื่องอื่นๆ ของ โจวซิงฉือ ก็เช่น Justice my foot(คนเล็กไม่แกรงใจนรก), King of Beggars(ยาจกซู ไม้เท้ากยาสิทธิ์), Royal Tramp(อุ้ยเสี้ยวป้อ กระบี่ไม่มีคำตอบ)

ในปี 1993 โจวซิงฉือได้ร่วมงานกับตู้ฉีฟงเป็นครั้งที่สองหลังจาก Justice my foot ในหนังเรื่อง The Mad Monk ทั้งคู่เกิดขัดแย้งกันเมื่อโจวซืงฉือ สั่งให้มีการตัดแปลง บทโดยพลาการ ถึงหนังจะออกมาใช้ได้แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จทางรายได้เลย

ปี 1994 โจวซิงฉือก็กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งเมื่อหนังทั้งสองเรื่องของเค้า Love On A Dilivery และ From Beijing With Love(พยัคฆ์ไม่ร้ายคังคังฉิก) ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยเรื่องหลังเป็นการเริ่มงานผู้กำกับของเค้าด้วย

ในปี 1995 โจวซิงฉือก็มาถึงจุดสูงสุดในอาชีพด้วยงาน อีพีคยิ่งใหญ่ Chinese Odyssey 95(ไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวคนเดี๋ยวลิง) ทั้ง 2 ภาค ที่เป็นการเล่าเรื่องไซอิ๋วแบบใหม่ แทรกธรรมะเข้ากับสไตล์ตลกหยุดโลกของเค้า หนังได้รับคำวิจารณ์ในแง่บวกมากๆ แต่ผลงานอีกสองเรื่องในปี นี้อย่าง Sixty Million Dollar Man(คนไม่ธรรดายืดได้หดได้), Out of the Dark(กึ้ยเฉพาะชั้น 9 ) กลับได้รับความสำเร็จในระดับกลางๆ เท่านั้น

ในช่วงปี 1996 - 1999 โจวซิงฉือเริ่มมีงานแสดงน้อยลง ไม่ใช้เพราะเสื่อมความนิยม แต่เค้าเริ่มพยายมจะสร้างสรรค์ผลงานใหม่ๆ ที่ให้ความสำคัญกับเนื้อหามากขึ้น หนังในช่วงนี้ เริ่มมีการทดลองอะไรใหม่ๆ บางเรื่อง ความตลกขบขัน ลดน้อยลงอย่างได้ชัด งานในช่วงนี้ก็ได้แก่ Forbidden City Cop(สายลับคังคังโป๊ย) , God of Cookery(คนเล็กกุ๊กเทวดา) , King of Comedy(คนเล็กอยากใหญ่)

2001 โจวซิงฉือหายไป 2 ปี บางคนบอกอาจจะหมดยุคของเค้าแล้ว แต่พอกลับมาเรื่องนกเสียงกาเงียบลง เมื่อง Shaolin Soccer(นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่) ถล่มบ็อกออฟฟิส ไม่ใช่เฉพาะของฮ่องกง แต่ทั่วทั้งเอเซีย หนังผสมทั้งความตลกแบบโจวซิงฉือ และเนื้อหาสาระแบบโจวซิงฉือ ยุคใหม่ สร้างเป็นมาสเตอร์พีชของเค้า หนังสามารถคว้า 7 รางวัลตุ๊กทองทั้ง ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ส่วนตัวเค้าได้ ผู้กำกับยอดเยี่ยม และนักแสดงนำยอดเยี่ยม มาครอง หลังจากที่โดนเมินมานาน

2004 ไม่ว่า The Kung Fu Hustle จะออกมาเป็นอย่างไง ชื่อของโจวซิงฉือ ก็ไม่ต้องการพิสูจน์อีกต่อไปแล้ว บางคนบอกว่าเค้าคือ ชาลี แลปปลิน แห่งเอเชีย แต่ผมไม่ใช่หรอกเพราะ เค้าคือ โจวซือฉือ ราชาหนังตลก ที่ไม่ต้องไปเปรียบเทียบกับใคร

ผลงานเด่นๆ ของโจวซิงฉือ

Chow Sing-Chi : โจวซิงฉือ (1988 - 1990)
Final Justice - สารวัตใหญ่ใจเพชร (1988)
Curry and Pepper - อ๋องอ๋า เทวดาฝากมากวน (1990)
When Fortune Smiles - คนตัดดวง (1990)
All For The Winner - คนตัดเซียน (1990)

Chow Sing-Chi : โจวซิงฉือ (1991 - 1993)
Legend of the Dragon - กลมแต่ไม่เกลี้ยง (1991)
Fist of Fury 1991 - คนเล็กหมัดเทวดา (1991)
King Of Beggars - ยาจกซู ไม้เท้าประกาศิต (1992)
Royal Tramp - อุ้ยเสี้ยวป้อ จอมยุทธเย้ยยุทธจักร (1992)
Flirting Scholar - 007 ถังไป่หู่ ใหญ่ไม่ต้องประกาศ (1993)
The Mad Monk - จี้กง ใหญ่อย่างข้าไม่มี (1993)

Chow Sing-Chi : โจวซิงฉือ (1994 - 1995)
From Beijing with Love - พยัคไม่ร้าย คังคังฉิก (1994)
Hail the Judge - เปาบุ้นจิ้นหน้าขาว (1994)
Sixty Million Dollar Man - คนไม่ธรรมดายีดได้หดได้ (1995)
Chinese Odyssey - ไซอิ๋ว 95 เดี๋ยวคนเดี๋ยวลิง (1995)
Out of the Dark - กึ้ยเฉพาะชั้น 9 (1995)

Chow Sing-Chi : โจวซิงฉือ (1996 - 2002)
Fobiden City Cop - สาย(ไม่)ลับ คังคังโป้ย(1996)
God of Cookery - คนเล็กกุ๊กเทวดา (1996)
The Lucky Guy - คนเล็กใหญ่เก๊กโลก (1998)
King of Comedy - คนเล็กไม่เกรงใจนรก (1999)
Shaolin Soccer - นักเตะเสี้ยวลิ้มยี่ (2001) 
Read more ...

ยอดคนขี้แพ้ โจวซิงฉือ

10 มิ.ย. 2552


ชอบดูหนังของโจวซิงฉือกันหรือเปล่า

ผมชอบครับ-ชอบมากเสียด้วย ยิ่งเรื่องไหนจับคู่กับอู๋เมิ่งต๊ะ ด้วยแล้ว รับประกันว่าฮาขี้แตกขี้แตน

ผมเพิ่งไปค้นเรื่องของเขาบนเน็ต เอาข้อมูลเก่าๆมาตีลังการวมกับข้อมูลใหม่ แล้วเขียนไปลงหนังสือทำมือของตัวเอง เพิ่งไปวางขายที่งานหนังสือที่สวนสันติชัยปราการเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่าว่าอย่างโง้นอย่างงี้ขอลอกเรื่องของตัวเองมาลงอีกที เพราะขี้เกียจเขียนใหม่มันยาว

“คนขี้แพ้”ผู้ยิ่งใหญ่

ในขณะที่เฉินหลง,โจวเหวินฟะ และ เจ็ต ลี พากันโกฮอลลีวู้ดกันไปหมด “สตีเฟ่น โจว” มักจะถูกถามอยู่เสมอว่า ทำไมถึงไม่สนใจจะไปสร้างตลาดในสหรัฐอเมริกากับเขาดูบ้าง

เชื่อว่าผลตอบรับน่าจะดีเมื่อมองจากงานอย่าง Shaolin Soccer และ Kung Fu Hustle ที่ถูกนำไปฉายที่อเมริกา และถือว่าได้รับความสำเร็จอย่างท่วมท้น

คำตอบที่ได้รับจากโจว ซิง ฉือ ก็คือ เขาไม่ต้องการให้ฮอลลีวู้ดทำลาย “ตัวตน” ที่เขาเป็นอยู่นั่นเอง

ถ้าเลือกเล่นอยู่ในฮ่องกงต่อไป เขาจะสามารถแสดง สร้าง และกำกับงานในแบบอย่างที่ตัวเองต้องการได้

แต่สิ่งนั้นไม่มีทางเกิดขึ้นถ้าเลือกไปฮอลลีวู้ด

ชั่วโมงนี้ สตีเฟ่น โจว คือดาราตลกอันดับ 1 ของฮ่องกง รวมถึงของเอเชีย และเคยได้รับการยกย่องจากไทม์ แม็กกาซีนให้เป็น “เอเชี่ยน ฮีโร่” กันเลยทีเดียว

”ผมอยากจะบอกกับทุกคนว่า ภาพยนตร์ของผมไม่ได้สนใจรายละเอียด หรือต้องการความพิถิพิถันทุกขั้นตอนเหมือนงานจากผู้กำกับชั้นนำในฮอลลีวู้ด แต่ผมต้องการให้งานของผมมีความไหลลื่น เป็นธรรมชาติ และสะท้อนเอกลักษณ์ของตัวเองขึ้นมา”

แต่ก็ไม่ใช่ไม่มีพัฒนาการเอาเสียเลย

”หลายปีที่ผ่านมาผมรู้สึกว่า ภาพยนตร์ของผมเป็นเหมือนงานโชว์เดี่ยวของตัวผมเอง เรื่องราวในเรื่องไม่มีความสำคัญเท่ากับว่า ผมคือตัวนำเรื่องตั้งแต่ต้นจนจบ มันดูเหมือนงานวันแมนโชว์เสียมากกว่า และตอนนี้ผมพยายามให้ความสนใจในรายละเอียด เรื่องราว เนื้อหาและการสร้างอารมณ์มากขึ้น”

และจะสามารถเห็นความคลี่คลายอย่างเด่นชัดจาก Kung Fu Hustle งานที่ถือว่าได้ทั้งเงินทั้งกล่อง

แถมยังเป็นงานคารวะ “บรู๊ซ ลี” ฮีโร่ในดวงใจอีกต่างหาก

อาจจะดูอหังการไปหน่อย แต่ต้องยอมรับว่าภาพยนตร์ของ โจว ซิง ฉือ ก็มีลักษณะเฉพาะตัวจริงๆ

เควนติน ตารันติโน่ ยอดผู้กำกับคนดังซูฮกว่า โจว ซิง ฉือ คือนักแสดงที่ดีที่สุดในฮ่องกง

ในขณะที่ เดเด้ นิกเคอร์สัน ผู้แทนของมิราแม็กซ์ในเอเชียที่ช่วยนำ “เส้าหลิน ซอคเกอร์” ไปฉายในยุโรปและอเมริกาแสดงทรรศนะว่า ไม่ว่าโจว ซิง ฉือ จะเป็นอัจฉริยะ หรือตลกบ้าบอ ก็คงไม่สำคัญเท่ากับว่า เขาเป็นที่รักของผู้ชม

แม้กระทั่งผู้สื่อข่าวฮ่องกงที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด ก็ยังต้องยอมรับว่า บทบาทตลกอันไร้สาระในหนังของโจวนั้น เป็นงานที่เหนือชั้นตลอดเวลา

บทบาทของตัวเอกที่แสดงโดย โจว ซิง ฉือ มักจะไม่ใช่ตัวละครที่เพียบพร้อม สมบูรณ์แบบ มีจุดบกพร่องมากมาย

เป็นงานที่มักให้ตัวเอกเล่นบท “ขี้แพ้” ในต้นเรื่อง แต่อาศัยความดีเป็นเกราะกำบังจนสามารถ “ก้าวผ่าน” อุปสรรคต่างๆไปได้โดยตลอด

เป็นเหมือน “โนบิตะ” ที่ต้องอาศัย โดราเอม่อนยังไงยังงั้น

แต่สามารถชนะใจผู้ชมได้มากมาย

ย้อนไปเมื่อหลายปีก่อน ในห้วงเวลาที่โรค “ซาร์ส” เล่นงานฮ่องกงจนทรุดเซ ภาพยนตร์ของสตีเฟ่น โจว กลับเป็นที่ต้องการของชาวฮ่องกงมากกว่าที่เคย

ผู้ชมชาวฮ่องกงที่เป็น “แฟนคลับ” รายหนึ่งแสดงความเห็นว่า นั่นอาจเป็นเพราะว่าภาพยนตร์ของ โจว ซิง ฉือ ทุกเรื่องแสดงให้เห็นว่าโลกยังมีความหวัง และไม่สยบยอมให้กับอุปสรรคชีวิตใดๆ ถึงเป็นหนังตลกแต่ก็สะเทือนอารมณ์อย่างยิ่ง

”หลังจากผมดูหนังของเขาแล้ว รู้สึกเหมือนมีพลังที่จะลุกขึ้นสู้อีกครั้ง” แฟนชนิดเข้ากระดูกดำรายหนึ่งกล่าว

เป็นเสน่ห์ในความเป็น สตีเฟ่น โจว ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือนจริงๆ

เรื่องน่ารู้ของ โจว ซิง ฉือ

- เมื่อตอนเด็กๆ โจว เรียนกังฟูด้วยการศึกษาจากโทรทัศน์ เนื่องจากพ่อแม่ของเขาไม่ยอมให้ไปเรียน แม้ปัจจุบันเจ้าตัวก็ยังชอบดูหนังกังฟูอยู่เป็นประจำ

- โจว เป็นแฟนพันธุ์แท้ของ บรู๊ซ ลี และยังเคยรับหน้าที่เป็นประธานแฟนคลับของ บรู๊ซ ลี ในฮ่องกงมาก่อน

- นอกจากกังฟู บรู๊ซ ลี แล้ว เรื่องโปรดที่โจวยอมรับว่าเป็น” สาวก” อยู่อย่างเหนียวแน่นก็คือ “ดราก้อนบอลล์”
Read more ...