แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักร้อง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักร้อง แสดงบทความทั้งหมด

Far East Movement

1 ม.ค. 2554
โดยผู้จัดการ เมื่อ 24 ต.ค.2553

Far East Movement วงดนตรีที่ประกอบไปด้วยสมาชิกชาวเอเชียทั้ง เกาหลี, ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ประสบความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่หลังจากผลงานเพลง Like A G6 ของพวกเขาสามารถคว้าอันดับ 1 ในชาร์ต Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ

วงดนตรีแนว อีเลกโทร-ฮอป Far East Movement ซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกเชื้อสายเอเชีย 4 คน ได้แก่

Prohgress (เจมส์ โรห์) และ
J-Splif (เจย์ ชอง) ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลี,
Kev Nish (เควิน นิชิมูระ) ชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น และ 
DJ Virman หนุ่มฟิลิปิโน 

กลายเป็นกลุ่มศิลปินเลือดเนื้อเชื้อไขเอเชียกลุ่มแรกในรอบ 10 ปี ที่คว้าอันดับสูงสุดของชาร์ตเพลงฮิต Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ

จุดเริ่มต้นของ Far East Movement เกิดขึ้นเมื่อราว ๆ กว่า 10 ปีก่อน ณ ย่านเกาหลีในลอสแอนเจลิส สองหนุ่มเกาหลีและหนึ่งหนุ่มญี่ปุ่น ซึ่งเติบโตมาด้วยกัน และยังเป็นเพื่อนสนิทกันในโรงเรียนมัธยม ได้รวมตัวกันเพื่อเล่นดนตรี จนกระทั่งเริ่มต้นเผยแพร่ผลงานทางอินเตอร์เน็ต และออกแสดงตามคลับท้องถิ่น รวมถึงแสดงในสถานที่ต่าง ๆ แถบลอสแอนเจลิส ภายใต้ชื่อว่า Emcee's Anonymous จนค่อย ๆ สร้างชื่อขึ้นมาได้

ต่อมาจึงมีการเปลี่ยนชื่อวงเป็น Far East Movement หรือ FM ซึ่งหยิบมาจากชื่อบทเพลงที่พวกเขาร่วมกันสร้างขึ้นมา ในปี 2003 ทั้ง 3 ได้จัดการแสดงดนตรี Movementality ซึ่งประกอบไปด้วยการแสดงจากศิลปินมากมาย เพื่อสนับสนุนศูนย์บำบัดยาเสพติดของเยาวชนในท้องถิ่น

Far East Movement ออกผลงานชุดแรกในช่วงต้นปี 2006 กับอัลบั้ม Folk Music ซึ่งเพลง Round Round ของพวกเขาได้รับเลือกให้ประกอบภาพยนตร์เรื่อง The Fast and the Furious: Tokyo Drift ทำให้ชื่อของ FM กลายเป็นที่รู้จักขึ้นมา ทั้งสามจึงตัดสินใจมุ่งเข้าสู่วงการเพลงแบบเต็มตัว และเริ่มออกทัวร์คอนเสิร์ตใน สหรัฐอเมริกา, อเมริกาใต้ และอีกหลายประเทศในเอเชีย นอกจากนั้นยังเซ็นสัญญากับบริษัท Avex Network ในญี่ปุ่น และ JF Productions ในเกาหลีใต้สำหรับการจัดจำหน่ายผลงานเพลงของพวกเขาในเอเชียด้วย

ในปี 2008 DJ Virman ดีเจจากสถานีวิทยุ Power 106 ในลอสแอนเจลิส ได้เข้าเป็นสมาชิกคนที่ 4 ของวง หลังจากนั้น Far East Movement ก็มีผลงานอย่างต่อเนื่อง บทเพลงของพวกเขายังถูกเลือกใช้ประกอบรายการโทรทัศน์ และซีรีส์ยอดนิยมมากมาย อาทิ CSI: Miami, So You Think You Can Dance และ Gossip Girl เป็นต้น

แต่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Far East Movement เกิดขึ้นกับซิงเกิลล่าสุดของพวกเขา ที่ใช้ชื่อว่า Like A G6 ซึ่งออกจำหนายไปตั้งแต่วันที่ 13 เม.ย. ที่ผ่านมาจนได้รับความนิยมทั้งใน ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้ รวมถึงสหรัฐอเมริกา และค่อย ๆ ไต่อันดับในชาร์ตต่าง ๆ ขึ้นมาเรื่อย จนเข้าสู่ 10 อันดับแรกของชาร์ตเพลงฮิต Billboard Hot 100 เมื่อต้นเดือน ต.ค. กระทั่งสามารถครองอันดับ 1 ได้สำเร็จในการรายงานอันดับเพลงครั้งล่าสุด

ซึ่งสมาชิกของ Far East Movement ได้กล่าวแสดงความยินดีในความสำเร็จครั้งนี้ ผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ว่า "LIKE A G6 HIT ขึ้นอันดับ 1 ชาร์ต Billboard Hot 100 ขอบคุณทุก ๆ คนที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นจริงขึ้นมาได้"
Read more ...

ชารีซ เพ็มเพ็งโค

8 ก.ย. 2553

ชารีซ เพ็มเพ็งโค (อังกฤษ: Charice Pempengco) หรือ ชารีซ

เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมค.ศ. 1992 เป็นนักร้องชาวฟิลิปปินส์ เริ่มมีชื่อเสียงผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ พิธีกรชื่อดัง โอปราห์ วินฟรีย์ พูดถึงเธอว่า เป็นเด็กผู้หญิงที่มีความสามารถที่สุดในโลก เธอเป็นศิลปินเอเชียคนแรกในประวัติศาสตร์ที่มีอัลบั้มติดท็อป 10 ในบิลบอร์ด 200

ชีวิตช่วงแรก
ชารีซ เพ็มเพ็งโค เกิดที่ San Pedro , Laguna ในประเทศฟิลิปปินส์ แม่ของเธอซึ่งเป็นนักร้องมาก่อน ได้เห็นว่าลูกตนเองมีทักษะการร้องเพลง จึงสนับสนุน ส่งลูกเข้าประกวดตามเวทีประกวดร้องเพลงต่าง ๆ ตั้งแต่อายุได้ 7 ปี เธอกล่าวว่าเธอขึ้นเวทีประกวดร้องเพลงมาแล้วไม่ต่ำกว่า 80 เวที

ในปี 2005 ชารีซได้เข้าประกวดรายการแข่งขันร้องเพลงที่มีชื่อว่า Little Big Star ซึ่งเธอได้ตกรอบไปตั้งแต่รอบต้น ๆ แต่ก็ได้รับการโหวตให้เข้ามาแข่งอีกครั้ง จนในที่สุดเธอก็สามารถถึงรอบสุดท้ายได้ แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ไปในที่สุดเพราะผลโหวตน้อยกว่าที่ 1

ในปี 2007 เธอได้อัดคลิปวิดิโอร้องเพลงของเธอลงเว็บไซต์ Youtube ภายใต้ชื่อว่า FalseVoice ซึ่งได้รับความนิยมล้นหลามจนเป็นที่รู้จักกันในโลกอินเตอร์เน็ท
อาชีพ
ช่วงยุค (2007-2009)

ในเดือนมิถุนายน 2007 Ten Songs/Productions บริษัทผู้เผยแพร่เพลงในประเทศสวีเดนได้เชิญเธอไปอัด Demo เพลง หลังจากที่ได้เห็นการแสดงของเธอในรายการ Little Big Star ซึ่งเธอได้อัดไว้ 6-7 เพลง และเป็นเพลงต้นฉบับของเรื่อง " Amazing "

เธอได้ถูกรับเชิญไปรายการ Star King รายการชื่อดังของประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเธอได้ร้องเพลง And I'm Tellin' You I'm Not Going และเพลง A Whole New World ซึ่งร้องคู่กับ คฮูยอน ศิลปินจากวงSuper Junior

หลังจากคลิปที่เธอไปออกรายการ Star King ถูกอัปโหลดลงในเว็บไซต์ชื่อดัง Youtube เมื่อ Ellen DeGeneres พิธีกรชื่อดังของอเมริการายการ The Ellen DeGeneres Show เธอได้เชิญชารีซไปออกรายการของเธอ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอได้ไปสหรัฐอเมริกา ออนแอร์เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2007 ซึ่งเธอได้ร้องเพลง And I'm Tellin' You I'm Not Going และ I Will Always Love You

หลังจากนั้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมเธอได้ถูกรับเชิญไป Star King อีกครั้ง และได้ร้องเพลง I Will Survive และ I Will Always Love You ซึ่งร้องคู่กับลูน่า พาร์ค

ในเดือนมกราคมปี 2008 เธอได้ถูกรับเชิญไปที่ Malacañang Palace ของประเทศฟิลิปปินส์เพื่อแสดงการร้องเพลงให้กับประธานาธิบดี Gloria Macapagal Arroyo หลังจากนั้น ในวันที่ 8 เมษายน เธอได้ถูกรับเชิญไปรายการชื่อดังของอังกฤษ ชื่อว่า The Paul O'Grady Show ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

หลังจากนั้น เธอได้ทำอัลบั้มของเธอที่มีชื่อว่า Charice วางขายในฟิลิปปินส์ ในเดือนพฤษภาคม 2008 ประกอบด้วยเพลงทั้งหมด 6 เพลงในอัลบั้ม

ในวันที่ 12 พฤษภาคม พิธีกรชื่อดังของอเมริกา Oprah Winfrey ได้รับเชิญชารีซไปออกรายการของเธอ ในตอน "World's Smartest Kids" ชารีซได้ร้องเพลง I Have Nothing ของ Whitney Houston หลังจากนั้น Oprah ได้ติดต่อไปยัง David Foster เพื่อช่วยทำเพลงให้ชารีซ

ชารีซปรากฏตัวในคอนเสิร์ต Hitman: David Foster and Friends ที่ Mandalay Bay Resort and Casino in Las Vegas, Nevada เธอได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ The Bodyguard ได้ถูกออนแอร์หลายครั้งในช่อง PBS และอื่น ๆ

เมื่อเธอแสดงในตอน "Dreams Come True" ของรายการ The Oprah Winfrey ในเพลง "My Heart Will Go On Oprah ได้เรียกเธอว่า เป็นสาวน้อยที่มีความสามารถมากที่สุดในโลกขณะนี้ หลังจากนั้น เธอก็ต้องตกใจเมื่อโอปราห์ได้ให้ชารีซติดต่อกับ Celine Dion ผ่านการถ่ายทอดดาวเทียม เซลีนได้เชิญเธอไปร้องเพลงให้แม่ของเธอ ชื่อเพลงว่า Because You Loved Me และร้องร่วมกับเซลีนในคอนเสิร์ตทัวร์ Taking Chances ที่เมดิสัน การ์เดี้ยน สแควร์ ณ นิวยอร์ก
Read more ...

กระแต

30 ต.ค. 2552
 
กระแต - นักร้องนักมวยหญิง
นิภาพร แปงอ้วน หรือกระแต ซึ่งเป็นชื่อเล่น เป็นชาวลำปางโดยกำเนิด พ่อเป็นคนลำปาง ส่วนแม่เป็นชาวพิจิตร เธอมีผิวดำตามเนื้อเพลง “ไม่ได้ตั้งใจดำ” ที่ร้องว่า“ดำตามแม่ แม่พาดำ” ซึ่งเป็นเพลงแรกของเธอที่มีคนพอรู้จัก

กระแตมีพี่น้อง 4 คน โดย 3 คนแรกเป็นผู้หญิงทั้งหมด ตัวเธอเป็นคนที่ 2 เพราะยังมีน้องสาวและน้องชายอีกฝ่ายละ 1 คน
ครอบครัวมีฐานะแบบหาเช้ากินค่ำ ตัวเธอเรียนหนังสือจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนเคนเนธ แม็คเคนซี่ และมาต่อชั้นมัธยมปลายที่โรงเรียนอรุโณทัย โดยจบมาทางสายวิทย์ – คณิต ก่อนมาต่อที่มหาวิทยาลัยศรีประทุม
ตอนเด็กกระแตมีนิสัยออกในแนวบู๊ๆแบบเด็กผู้ชาย เพราะเป็นคนติดพ่อ ขณะที่พ่อนั้นชอบมวยไทย เธอก็เลยมีโอกาสตามพ่อไปดูมวยเป็นประจำ ก็เลยชอบมวยไปด้วย นอกจากนั้น ตอนด็กเธอก็ยังชอบกีฬ่าผู้ชายอื่นๆ เช่น ตะกร้อ ฟุตบอล ชนไก่ด้วย
ท้ายที่สุด สาวน้อยกระแตในวัย 12 ปี ก็ได้ขึ้นเวทีชกมวยนัดแรก เมื่อตามพ่อไปดูมวยแล้วนักชกหญิงเกิดขาด พ่อเลยส่งขึ้นชก ผลปรากฏว่าเธอเป็นฝ่ายชนะน็อคยก 2 เธอบอกว่าในนัดแรก เตะลูกเดียวเพราะชกไม่เป็น ในการชกครั้งแรกได้เงินรางวัลมา 300 บาท เธอดีใจมาก เพราะไม่เคยคิดว่าจะได้
หลังการชกในครั้งแรก 2 พ่อลูกพยายามปกปิดไม่ให้แม่รู้ แต่แม่ก็รู้จนได้เมื่อเพื่อนบ้านไปเล่าให้ฟัง แต่หลังจากนั้น เธอก็แอบไปชกอีกเรื่อยๆ ซึ่งบางครั้งก็โดนแม่ว่า แต่ก็ยังชกอยู่เรื่อย ในช่วงหลังๆ นอกจากการเตะแล้ว ก็เริ่มมีเข่ามาบ้าง

หลังเริ่มชกมวยอย่างเป็นกิจจะลักษณะ พ่อของเธอก็ตั้งค่ายมวยเล็กๆ มีกระสอบทราย 2 ใบ ชื่อศักดิ์บุญมา ตามชื่อครูมวยของค่ายที่ชื่อ ศักดิ์กับบุญมา และเธอก็ขึ้นชกมวยในชื่อน้ำหวานน้อย ศักดิ์บุญมา เพราะแม่เธอมีชื่อเล่นว่าน้ำหวาน

สำหรับความสามารถในด้านการร้องเพลงนั้น ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากสายเลือดเพราะ แม่กับพ่อเคยเป็นนักร้องตามผับ และก็พบรักกันที่นั่น ตัวเธอร้องเพลงมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ เธอชอบเพลงของพุ่มพวง ดวงจันทร์ เนื่องจากแม่ชอบฟัง และชอบเปิดวีซีดีคอนเสิร์ตพุ่มพวง นอกจากนั้นเธอก็ยังชอบฝน ธนสุนทรด้วย ทำให้เธออยากเป็นนักร้องตั้งแต่เด็ก เพราะอยากหาเงินมาให้แม่
การที่ลุงของเธอมีวงดนตรีอิเล็คโทน เธอก็เลยไปร้องเพลง และเป็นหางเครื่องในวงของลุง เพื่อช่วยลุง และช่วยพ่อแม่หารายได้อีกทาง

ไปๆมาๆ คนก็เลยเรียกเธอว่านักร้องนักมวยมาตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ และเมื่อใครรู้ ก็จึงมักขอให้เธอร้องเพลงหลังจากชกมวย บางงานไปร้องเพลง พอร้องเสร็จ ก็ขึ้นชกมวยต่อก็มี ทำเอาคนดูดนตรีแห่ไปดูมวยกันยกเวที
 
เมื่อมีโอกาส พ่อก็ยังพาเธอไปประกวดร้องเพลงหลายเวที และก็มาชนะเลิศรายการลูกทุ่งเยาวชนที่กรุงเทพ ที่ศูนย์เยาวชนไทย – ญี่ปุ่น หลังจากงานนี้ก็มีการเชิญเธอมาออกรายการทีวีในฐานะนักร้องนักมวย
ต่อมามีแมวมองชื่อธงชัย พึ่งฤทธิ์ ที่เคยประกวดมาด้วยกันจะพาเข้าบริษัทค่ายเทป แต่ตอนนั้นเธอติดเรียน ก็เลยยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่สุดท้ายแล้วเธอก็ถูกชักชวนให้มาตั้งเป็นคณะโฟร์ทีน ร่วมกับสามสาวจากราชบุรี ก็พอดีศุภชัย นิลวรรณ หรือเสี่ยเณรแห่งอาร์สยามติดต่อมาให้มาเทสต์เสียงที่อาร์ สยาม เมื่อเจอกัน เสี่ยเณรก็บอกว่าสนใจในตัวเธอหลังจากที่เห็นในโทรทัศน์ 

ในที่สุด เธอเลยได้ออกผลงานชุดแรกกับเพื่อนสามคนในนามลูกทุ่งโฟร์ทีนชื่อ “ ยิ้มแล้วรวย “โดยในนั้น เธอร้องเพลงอยู่เพลงหนึ่ง ชื่อ “ ไม่ได้ตั้งใจดำ “ ขณะที่ผู้คนทั่วไปก็เรียกเธอว่า “ กระแตโฟร์ทีน “
ต่อมา “เสี่ยเณร “ ติดต่อส่งไปชกมวยที่ญี่ปุ่น 3 ไฟท์ ซึ่งเธอก็ชนะคะแนนทั้งหมด ระหว่างที่ไปชกที่ญี่ปุ่น เธอเริ่มเป็นที่รู้จักในเพลง “ ไม่ได้ตั้งใจดำ “

แต่โดยรวมแล้ว หลังจากออกผลงานชุดแรก เธอยังไม่ดังมากนัก คือเงินยังไม่ค่อยได้ ประกอบกับต้องลงทุนโปรโมตตัวเอง ต้องขับรถขึ้นล่องกรุงเทพ - ลำปางเป็นประจำ เงินก็ไม่ค่อยมี บางครั้งก็ต้องจอดรถนอนตามปั้ม เธอก็เลยหยุดไปเรียนต่อจนจบชั้นมัธยมปลาย ในช่วงนั้นไม่ค่อยมีงานร้องเพลง มวยก็ไม่ค่อยได้ต่อย เรียนเป็นหลัก
พอเรียนจบ ก็กลับมาคุยกับอาร์สยามอีกครั้ง และได้ทำเพลงอีกชุด แต่เป็นการทำเดี่ยว ท้ายที่สุด เธอก็ได้ออกผลงานเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตชื่อ “ เปิดใจสาวแต “ คราวนี้เธอประสบความสำเร็จอย่างสูง เมื่อมีการนำเอาเพลงพื้นบ้านทางเหนือมาพัฒนาเป็นแนวสากล
นำเพลงรอนานๆมันทรมาน มาให้ฟังกันครับ
ขอขอบคุณภาพและข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต

Read more ...

อ๊อด โฟร์เอส (นายจรินทร์ เกตุแดง)

25 ส.ค. 2552

จรินทร์ เกตุแดง หรือ อ๊อด โฟร์เอส เผยที่มาของการทำเพลงรำวงย้อนยุคว่า วงการเพลงลูกทุ่งเริ่มตันแล้วคิดว่าอยากเห็นเพลงลูกทุ่งเก่าๆ น่าจะกลับมาดังอีกครั้ง

สมัยนี้ เพลงรำวงแถวบ้าน รำวงหา (วงรับจ้างเล่นตามงานต่างๆ) หาฟังยาก เพราะช่วงหลังๆเพลงลูกทุ่งกลายพันธุ์ไปมาก คนทำจะใช้ความทันสมัยเข้ามา ทำให้เพลงรำวงหาฟังยาก

"เพลงรำวงลูกทุ่งสมัยก่อนเป็นเพลงที่ฟังแล้วไม่เบื่อ มีการเล่นแบบบายฮาร์ดคือเล่นดนตรีตามเพลงเลย ไม่ได้ทำเป็นตัวโน้ตออกมา เล่นแบบฟรีสไตล์เหมือนเชียร์รำวงสมัยก่อน ตอนบันทึกเสียงก็ไม่ได้บันทึกในห้องอัดเหมือนคนอื่นเขา แต่เป็นการร้องสดนอกห้องอัด มีพวกสมาชิก ประชาชนเฮฮาให้เหมือนหน้าเวทีเลย มันได้ผลแล้วร้องเที่ยวเดียวผ่านเลย เราไม่ได้เอาความไพเราะ แต่ต้องชัดเจน เราจำลองการเชียร์รำวงจริงๆ มาเลย"

นักแต่งเพลงนาม อ๊อด โฟร์เอส กล่าวถึงเพลงลูกทุ่งในตอนนี้ว่าเริ่มเหมือนกันหมดแล้ว เพลงแบบนี้น่าจะโดนใจคนที่ชอบเพลงลูกทุ่งและคิดว่าเพลงลูกทุ่งเก่าๆ อีกหลายเพลงน่าจะนำกลับมาทำอีกครั้งได้

"เพลงลูกทุ่งทุกวันนี้เริ่มชนฝาผนังกันแล้ว ก็มีคนหันมาทำเพลงรำวงเหมือนกันแต่มันไม่ใช่ของแท้ ตรงนี้น่าจะเป็นตัวเลือกได้อีกทางถ้าแฟนเพลงสนับสนุนเราก็จะทำออกมาอีกเพราะเพลงแบบนี้ฟังได้ทุกฤดู คิดว่าน่าจะโดนใจ บางคนที่เขาได้ฟังก็มานั่งคุยว่าดีใจที่ได้ฟังเพลงแบบนี้อีก ทำให้ย้อนอดีตดี เพลงที่นำมาร้องก็เป็นเพลงที่สมัยนั้นใช้รำวงกันจริงๆ เช่นเพลง "แม่ฟันเลี่ยมทอง" สมัยก่อนเขาเรียกจังหวะนายอำเภอ เป็นสโลว์รำวง "แม่คนเก๋" เป็นจังหวะตะลุง "ใจนางเหมือนทางรถ" "มันมากับความแค้น" และยังมีเพลงรำวงอีกหลายจังหวะ อาทิ ตะลุง รุมบ้า โคราชา บีกิน ที่นำมาทำ โฟร์เอส ก็มีเพลงพวกนี้อยู่เยอะต้องการที่จะทำแต่ยังหาจุดไม่ได้พอเราเอาความคิดนี้มาเสนอบริษัทก็เห็นด้วย"

เมื่อถามถึงการแสดงหน้าเวทีจะเป็นแบบสมัยก่อนหรือไม่ อ๊อด โฟร์เอส เจ้าของวงแดนเซอร์สาวสวย บอกว่า เขาจะใช้รูปแบบของการเชียร์รำวงเท่านั้นเพราะเป็นสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้วตั้งแต่แรก

"เวลาเราไปแสดงบนเวทีมันไม่เหมือนเวทีรำวงสมัยก่อนมันเป็นเวทีคอนเสิร์ตเราก็มาดัดแปลงเป็นเวทีลอยฟ้า เครื่องดนตรีมีอยู่แล้ว อยู่ที่เราจะเลือก มีเบส ฉิ่งฉาบ กลอง แอค คอร์เดียน นางรำก็ใช้ 15 คน แต่งชุดเหมือนนางรำสมัยก่อนเลย เราต้องการแบบนี้เลยถ้าไปร้องคนเดียวมันไม่ใช่เชียร์รำวง

 นับเป็นอีกย่างก้าวของค่ายโฟร์เอส ที่มักจะทำงานออกมาแบบลูกทุ่งแท้ๆ ในระดับชาวบ้าน ท่ามกลางตลาดเพลงไทยอีสานที่ได้รับความนิยมมากมายในปัจจุบัน แฟนเพลงลูกทุ่งจะได้มีทางเลือกใหม่ในการฟังเพลงและชมรำวงย้อนยุคที่หาดูได้ยาก...อีกแล้วครับท่าน...
Read more ...